วซื่อไม่ยินยอม เดิมทีในใจนางเบิกบานนัก พู่หยกนี้อาจจะมีค่ามหาศาล หากให้เจ้าใหญ่ไปลำพัง เจ้าใหญ่จะได้เก็บไว้เองสิบถึงยี่สิบตำลึง แล้วค่อยทำเป็นว่าทำตั๋วเงิน ‘หาย’ เช่นนั้นแล้วใครจะไปรู้ได้ว่าขายหยกนี้ไปในราคาเท่าใด
ตอนนี้ให้เจ้ารองไปด้วยอีกคน นางก็คงซ่อนเงินไม่ได้แม้แต่เฉียนเดียว
“ท่านแม่ ไม่จำเป็นต้องให้ไปทั้งสองคนกระมัง ก็แค่ไปขายพู่หยกชิ้นเดียว พู่หยกนี้ดูประณีตยิ่งนัก ทว่าข้ารู้สึกว่าสีสันของมันไม่ได้สวยงามเท่าไร คาดว่าคงขายได้เป็นเงินไม่มาก ขายได้สักสิบตำลึงก็ไม่เลวแล้ว ยังต้องให้ผู้ชายสองคนไปหรือเจ้าคะ ต้องเหลือผู้ชายไว้ในบ้านสักคน ถ้าหากท่านหมอลู่พาใครมาอีก พวกเรามีแต่ผู้หญิง เช่นนั้นจะทำอะไรได้”
จางซื่อยิ้มกล่าว “สะใภ้ใหญ่พูดเช่นนี้ เหมือนท่านหมอลู่เป็นโจรหรือคนเร่ร่อนเลยนะ ท่านหมอลู่หาเรื่องคนอื่นกี่ครั้งกันเชียว เขาพาเจ้าหน้าที่มาด้วยก็เพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้น ไม่เห็นได้ทำอะไรพวกเราสักอย่าง อีกอย่าง ในบ้านก็มีต้าเป้าและฟู่กุ้ยอยู่ไม่ใช่หรือไร”
หญิงชรารู้จักนิสัยของหลิวซื่อดีที่สุด นางคิดระแวดระวังเช่นนี้ อย่างไรก็ปกปิดความคิดของตัวเองไม่มิด ผู้เป็นแม่สามีจึงชำเลืองมองสะใภ้ใหญ่ พลางแค่นหัวเราะว่า “เจ้าวางแผนร้ายให้น้อยๆ หน่อยเถอะ ไม่ต้องพูดมากแล้ว ให้เจ้าใหญ่กับเจ้ารองไป สองพี่น้องจะได้ดูแลกัน”
ถูกต้องที่นางลำเอียงรักบ้านใหญ่ แต่ก็มีเงื่อนไขที่นางจะต้องเป็นคนแบ่งทรัพย์สมบัต