เร่งเข้าไปในเมือง ไม่กล้าหยุดพักแม้แต่ก้าวเดียว เพราะหมู่บ้านอยู่ห่างจากในเมืองถึงสามสิบลี้เต็มๆ หากไม่รีบเดินทาง เกรงว่าฟ้ามืดก็คงยังกลับไม่ถึงบ้านกระมัง
โรงรับจำนำเฉินจี้
หลังจากเจ้าของโรงรับจำนำตรวจสิบพู่หยกที่เจ้ารองส่งให้แล้ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดวงตาจับจ้องพู่หยกในมือ ไม่ละสายตาไปแม้สักนิด คุณภาพเช่นนี้ สัมผัสจากมือเช่นนี้ รูปทรงเช่นนี้ นี่ต้องไม่ใช่สิ่งของที่คนธรรมดาจะมีได้แน่นอน
เขารับจำนำสิ่งของอยู่ในเมืองมาหลายปี เคยรับของล้ำค่าที่ดีเยี่ยมมาบ้างเช่นกัน แต่พู่หยกเช่นในตอนนี้ เขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก ราคาของมันแพงลิ่วอย่างแน่นอน
จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองพี่น้องสองคนข้างนอกหน้าต่างบานเล็ก พวกเขาท่าทางยากจน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโลภ ไม่มีความเสียดายและอาลัยอาวรณ์ต่อพู่หยกนี้เลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าสิ่งของนี้ไม่ใช่ของพวกเขา
แท้จริงแล้วพวกเขาได้มาอย่างไร ตัวเขาไม่อยากถาม ไม่ว่าพวกเขาจะได้มาอย่างไร วันนี้เข้ามาอยู่ในโรงจำนำแล้ว เช่นนั้นก็ต้องเป็นสิ่งของของโรงจำนำ เป็นของเฉินจี้ผู้นี้
เขากล่าวกับพี่น้องสองคนข้างนอกว่า “แม้พู่หยกนี้จะดูประณีตงดงาม แต่หากมองดูอย่างละเอียดแล้ว ชัดเจนว่ามีรอยแตกอยู่ ควรค่าเป็นเงินไม่เท่าไร”
เจ้าใหญ่สีหน้าคร่ำเคร่ง ความยินดีบนใบหน้าหายไปในพริบตา รีบถามว่า “ควรค่าเป็นเงินไม่เท่าไร เช่นนั้นแล้วเป็นเงินเท่าไรกัน บอกราคามาเถิด”
เจ้าของร้านยื