ยิ้ม “คำพูดช่วงแรกไม่นับว่าเข้าใจนัก ทว่าคำพูดช่วงหลังข้าเข้าใจดี เจ้าไม่อยากมีชื่อเสียงโด่งดังเหนือใครเพราะวิชาแพทย์ อยากมีชีวิตที่สงบสุข ไม่มีเรื่องกับใคร ถูกต้องหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ถูกต้องเจ้าค่ะ ข้าหมายความตามนั้น ข้าไม่อยากเป็นหมอเทวดา และไม่อยากกลายเป็นผู้ช่วยโลกในสายตาของใคร ข้าเพียงอยากปกป้องท่านแม่ข้าอย่างสงบ มีชีวิตที่เรียบง่ายก็เท่านั้น”
อีกฝ่ายลังเลอยู่บ้าง เด็กสาวที่ยังไม่อายุสิบสามปีเต็มเบื้องหน้าผู้นี้ ในวัยของนาง ไม่ใช่ว่าชอบฝันหวานว่าตนเองกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนหรอกหรือ ไม่ได้คิดอยากมีชีวิตที่มีสีสันหรือไร เหตุใดความคิดของนางถึงแตกต่างจากคนทั่วไป ราวกับว่าเคยใช้ชีวิตที่เป็นจุดสนใจมาก่อน และเกิดความเบื่อหน่ายต่อชีวิตเช่นนั้นเสียแล้ว
เมิ่งหนานจะรู้ได้อย่างไร ว่าไป๋จื่อเป็นหมอที่เก่งที่สุดของโรงพยาบาลแถวหน้าในยุคปัจจุบัน คนไข้ที่ต่อแถวรอให้นางผ่าตัด ต้องใช้เวลารอถึงสามเดือนทีเดียว เวลาหนึ่งวันยี่สิบสี่ชั่วโมง นางใช้กับเตียงผ่าตัดไปแล้วยี่สิบชั่วโมง แม้กระทั่งเคยทำสถิติไม่ได้กลับบ้านติดต่อกันถึงสามเดือน
คนอื่นเลือกใช้เท้าของตนเองออกไปเดินทาง ใช้ดวงตาของตนเองมองทิวทัศน์ ไปดูสีสันของโลกใบนี้ ทว่านางไม่มีเวลา และไม่มีแรงจะทำเช่นนั้น นางทำได้เพียงเลือกการเดินทางด้วยจิตที่สามารถมองเห็นโลกทั้งใบได้ด้วยการนอนหลับครั้งเดียว แต่สุดท้ายก็ยังเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
นางต้องการ