้มาด้วย เขาก็รีบไปกำชับภรรยาว่าให้ต้มโจ๊กมากหน่อยพวกเขากินข้าวที่บ้านของจางเอ้อร์หนิวอย่างเปรมปรีดิ์ แล้วถึงสะพายตะกร้าเปล่ากลับไปที่สกุลไป๋พวกบ้านใหญ่หิวจนหน้าอกติดกับแผ่นหลังแล้ว ล้วนนั่งรอคอยบ้านรองกลับมาอยู่ที่หน้าบ้านอย่างพร้อมเพรียงเจ้าใหญ่ที่นั่งอยู่ในลานบ้านได้ยินเสียงคนเดินมา ก่อนจะเห็นบ้านรองสะพายตะกร้ากลับมาแต่ไกล ในที่สุดใบหน้าที่เดิมทีขมวดเกร็งก็เผยให้เห็นรอยยิ้มจาง แล้วยื่นมือไปสะกิดหลิวซื่อว่า “ยังตะลึงลานอะไรอยู่ รีบไปต้มน้ำ”ในบ้านไม่มีข้าวและน้ำมัน ขุดผักป่ากลับมา ก็ทำได้แค่ต้มกินกับน้ำแล้วแม้ผักป่าที่ต้มกับน้ำจะขมฝาด ทว่าย่อมดีกว่าปล่อยให้ท้องหิว มีอะไรให้กินก็นับว่าไม่เลวแล้วหลิวซื่อหิวจนร่างกายไร้เรี่ยวแรง ไหนเลยจะมีแรงไปทำงานอีก แม้แต่ยืนก็รู้สึกว่าเปลืองแรงนัก “ท่านแม่ ข้าไม่ได้กินข้าวหลายมื้อแล้ว หิวจนตาลายไปหมด ให้น้องสะใภ้ต้มน้ำเถิด”หญิงชราถลึงตามองนาง “เจ้าพูดให้มันน้อยๆ หน่อย เดิมทีนางก็ออกไปโดยไม่เต็มใจอยู่แล้ว ตอนนี้กลับมาแล้วยังต้องให้นางทำงานอีกหรือ เจ้าเห็นนางเป็นจ้าวหลานใช่หรือไม่ พูดจาให้ดีๆ หน่อยไม่ได้หรืออย่างไร”หลิวซื่อส่งสายตาไปหาบุตรชายสองคน พวกเขาพากันเบือนสายตามองไปทางอื่น สองมือของสามีก็ยังไม่หายดี ยิ่งหวังพึ่งไม่ได้…นางเดินโซซัดโซเซไปที่หลังครัว เทน้ำใส่หม้อ ทว่ายังไม่ทันได้จุดไฟ ก็ได้ยินเสียงก่นด่าดังมาจากด้านหน้าหลิวซื่อพลันทิ้งฟืนในมือล