ตอนนี้ยังจะยืมอีกหรือ เห็นคนสกุลจางอย่างพวกข้าเป็นกระต่ายอ้วนหรืออย่างไร”
หญิงชราหน้าเปลี่ยนสี กล่าวด้วยโทสะ “เจ้ามันอกตัญญู พูดจามั่วซั่วอะไร สกุลไป๋ของพวกข้าเป็นคนที่ยืมข้าวไม่คืนอย่างนั้นหรือ”
จางซูเหมยหัวเราะเยือกเย็น “แล้วไม่ใช่หรือ? ยืมเสบียงของสกุลจางก็ไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้ง แล้วเป็นอย่างไรเจ้าคะ เคยคืนบ้างหรือไม่” เมื่อครู่เพิ่งฉีกหนังสือแสดงหนี้ของหมอลู่ไป เรื่องนี้นางลืมแล้วหรือ
เมื่อวานเจ้ารองถูกภรรยาสั่งสอนไปยกหนึ่ง ในใจเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเช่นกัน จึงรีบช่วยภรรยาพูดว่า “ท่านแม่ ท่านลองไปดูที่บ้านของท่านลุงรองดีหรือไม่ ได้ยินว่าช่วงนี้ที่บ้านเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายทีเดียว ท่านไปหาพวกเขา ยืมข้าวมาสักสองโต่ว น่าจะไม่เป็นปัญหากระมัง หากไม่ได้จริงๆ ก็ให้สะใภ้ใหญ่ไปยืมที่สกุลหลิวก็ได้ แต่ไหนแต่ไรสะใภ้ใหญ่ก็ไม่เคยไปเอ่ยปากร้องขอที่สกุลหลิว ไปยืมครั้งนี้น่าจะไม่ปฏิเสธกระมัง”
สีหน้าของหญิงชรายิ่งไม่น่าดู นางกับบ้านแม่ของตนตัดขาดกันนานแล้ว ปีนั้นตนเองแต่งเข้าสกุลไป๋ พื้นเพของสกุลไป๋ดีกว่าสกุลอู๋ของพวกนางเล็กน้อย สามีต้อนรับนางเข้าบ้าน ยังให้เงินของขวัญกับนางหนึ่งตำลึงเงิน ในสมัยนั้น เงินของขวัญหนึ่งตำลึงเงินไม่นับว่าน้อย อีกทั้งทำชุดใหม่ให้นางอีกชุดหนึ่ง และนั่นเป็นการใส่ชุดใหม่ครั้งแรกในชีวิตของนาง
สะใภ้ใหญ่ที่บ้านแม่เห็นนางมีชีวิตที่ดี จึงมายืมข้าวและน้ำมันกับนาง