่ยวเฟิง ถึงแม้ได้เป็นขุนนางใหญ่ เขาก็คงใช้เงินจนหมด ไม่ได้ตกมาถึงบ้านรองอย่างพวกเขาหรอก
เขาตัดสินใจแล้วเช่นกัน จึงกล่าวกับมารดาของตนเสียเลย “ท่านแม่ ในเมื่อท่านไม่เห็นค่าของพวกข้าบ้านรอง เช่นนั้นพวกข้าก็แยกบ้านกันเถอะ ทุกคนต่างคนต่างอยู่ ต่างฝ่ายต่างไม่มายุ่งกัน ต่างฝ่ายต่างอยู่อย่างสงบ”
ครั้นหลิวซื่อได้ยินดังนั้น นางก็ลุกลี้ลุกลนในทันที รีบดึงแขนเสื้อของแม่มี ทว่านางจะยังพูดอะไรได้อีก เจ้ารองและเจ้าใหญ่ล้วนเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน หากจะแยกบ้านจริง อย่าเพิ่งพูดเรื่องห้อง บ้าน หรืออย่างอื่นแล้ว เพียงแค่ที่นาอย่างเดียวก็จำต้องแบ่งกันคนละครึ่งแล้ว ถึงตอนนั้นรายรับในบ้านก็จะลดน้อยลงไปครึ่งหนึ่ง เช่นนั้นแล้วค่าเล่าเรียนของเสี่ยวเฟิงจะทำอย่างไร แล้วงานแต่งงานของต้าเป่าจะทำอย่างไร
หญิงชราจะมองแววตาของหลิวซื่อไม่ออกได้อย่างไร นางเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลอะไรอยู่ สิ่งที่สะใภ้ใหญ่กังวล ก็เป็นสิ่งที่นางกังวลเช่นกัน
นางแค่นหัวเราะหนักๆ เสียงหนึ่ง บัดนี้นางโมโหนัก “ข้ายังไม่ตายเลยนะ จะแยกบ้านหรือ อยากแยกบ้านก็ต้องอดทน รอข้าตายก่อนค่อยว่ากัน”
ครั้นเห็นว่าจางซื่อไม่คิดจะหาวิธีไปหาข้าวและเสบียงมา นางจึงหันไปพูดกับหลิวซื่อ “เจ้ากลับไปที่บ้านแม่ ยืมข้าวโต่วหนึ่ง บอกไปว่ามีเรื่องเร่งด่วน เมื่อเก็บเกี่ยวได้แล้วค่อยคืนพวกเขา”