๋จื่อตามหลังพวกเขาสองคนไป ใบหน้าจนใจนัก “ข้าวเช้าก็ไม่มีอะไรน่ากินนะเจ้าคะ แค่โจ๊กขาวคู่กับผักเคียงเท่านั้น”
ตั้งแต่เมิ่งหนานกินอาหารฝีมือไป๋จื่อในคราวนั้น สองวันนี้เขาก็กินอะไรในศาลาว่าการไม่ลง คิดแต่จะมากินอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นวันนี้แค่มาส่งรถม้า เขาก็ไม่จำเป็นต้องมาส่งด้วยตนเองหรอก
ครั้นเมิ่งหนานเข้าเรือน หูเฟิงก็เข้ามาจากลานด้านหลังพอดี หลังจากพบหน้ากันแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งตัวไปที่หน้าโต๊ะด้วยความเร็วราวกับบินอย่างพร้อมเพรียง
บนโต๊ะมีโจ๊กวางอยู่สองถ้วย ทั้งสองคนแย่งกันถ้วยหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่องครักษ์จินช้ากว่าก้าวหนึ่ง ทำได้เพียงมอง รอลุงหูไปตักมาอีก
สีหน้าของหูเฟิงไม่พอใจนัก “ศาลาว่าการไม่มีข้าวหรือ”
เมิ่งหนานหัวเราะฮ่าๆ “ในเมื่อมาแล้ว ไหนเลยจะท้องว่างกลับไปได้”
หูเฟิงใช้ตะเกียบคีบเส้นแตงดินเปรี้ยวเผ็ดมาใส่ในถ้วย รสชาติเปรี้ยวสดชื่นทำให้อยากอาหารยิ่งนัก โจ๊กขาวก็ต้มได้ดีมาก หอมและนุ่มอย่างยิ่ง ทั้งยังมีรสหวานอ่อนๆ อีกด้วย ไม่รู้ว่าดีกว่าโจ๊กที่เขาเคยกินก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า
หลังจากเมิ่งหนานชิมเส้นแตงดินไปคำหนึ่ง เขาก็รีบถามไป๋จื่อว่า “นี่คือผักอะไร ข้าเหมือนจะไม่เคยกินมาก่อน”
ไป๋จื่อยิ้มพลางชี้ไปยังมันฝรั่งตะกร้าหนึ่งในมุมเรือน “โอ้ นั่นเจ้าค่ะ”
“แตงดิน? นี่ไม่ใช่แตงดินหรอกหรือ” เมิ่งหนานมีสีหน้าตื่นตนใจ
เมื่อองครักษ์จินได้ยินว่าเป็นแตงดิน เขารีบยั้งมือของเมิ่งหน