จ่างหลินครั้งหนึ่ง ฝ่ายหูจ่างหลินก็มองนางด้วยความอึดอัดใจเช่นเดียวกัน ครั้นทั้งสองคนประสานสายตา จึงยิ่งอึดอัดกันเข้าไปใหญ่
ไป๋จื่อก็ไม่ได้โมโห นางมองหลิวซื่อและหญิงชราคล้ายกับยิ้ม คล้ายกับไม่ยิ้ม “พวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้ารู้ดีอยู่แก่ใจ แต่พวกเจ้าอย่าได้ลืมนะ ท่านลุงหูเป็นบุรุษไม่ได้แต่งงาน ท่านแม่ของข้าก็เป็นสตรีที่ไม่ได้แต่งให้ใคร ถึงต่อไปพวกเขาทำเรื่องเช่นนั้นจริง นั่นก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม อีกทั้งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเจ้าทั้งสิ้น เข้าใจหรือไม่”
ใบหน้าจ้าวหลานร้อนฉ่าราวกับไฟเผา นางรีบดึงแขนเสื้อของไป๋จื่อ “จื่อเอ๋อร์ เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร อย่าพูดมั่วสิ”
หญิงชรารู้ว่าวันนี้หาประโยชน์จากเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว จึงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเสียเลย “ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว วันนี้พวกข้ามาหาพวกเจ้าเพราะมีธุระ”
หูจ่างหลินหันไปวางเกี๊ยวไว้บนโต๊ะ และเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด เขาจึงไปที่ลานบ้านเสียเลย
ส่วนหูเฟิงก็ไปดูไฟที่ด้านหลังเช่นนั้น เพื่อระวังไม่ให้เกี๊ยวในหม้อเปื่อย
หญิงชราและหลิวซื่อออกมาจากในห้อง สายตาจับจ้องไปที่เกี๊ยวบนโต๊ะ ในที่สุดก็ถามออกมาอย่างอดไม่ได้ “นี่คืออะไร เหตุใดถึงได้หอมเช่นนี้”
“นี่เป็นสิ่งที่พวกข้ากิน หอมเช่นนี้แหละ รสชาติก็ดีด้วย ไม่รู้ว่าดีกว่าผักป่านั่นตั้งกี่เท่า” ไป๋จื่อกล่าว
หลิวซื่อหัวเราะแห้งๆ “นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว สิ่งที่ใช้แป้งขาวทำออกมาเช่นนี้ ย่อมอร่อยกว่าผักป่าอย