อย่างไรท่านแม่ก็เป็นแม่สามีของเจ้า เจ้าไม่อาจไร้น้ำใจเกินไปได้” หลิวซื่อกล่าว
“แม่สามี?” จางหลานหัวเราะเสียงเย็น ดวงตาแดงก่ำในทันที “ข้าถามนางหน่อย นางเห็นข้าจ้าวหลานเป็นสะใภ้ของนาง หรือว่าเป็นวัวเป็นม้าของสกุลไป๋พวกเจ้า”
“หากเป็นแม่สามีของข้าจริง จะถือโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่บ้าน ตีลูกสาวของข้าจนตายทั้งเป็นหรือไม่ หากเป็นแม่สามีข้าจริง จะขายลูกสาวของข้าลับหลังข้าหรือไม่”
เดิมทีนางไม่คิดจะพูดเรื่องพวกนี้อีก ไม่อยากกล่าวถึงอีก แต่พวกนางปรากฏตัวอยู่ต่อหน้านางครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางนึกถึงเรื่องในอดีตที่เจ็บปวดเหล่านี้ คล้ายกับการสาดเกลือลงบนแผลของนางไม่ยอมหยุด
หญิงชราทำหน้าบึ้ง “เรื่องที่ผ่านไปแล้วจะพูดขึ้นมาอีกทำไม ตอนนี้พวกเจ้าสองแม่ลูกสุขสบายแล้วไม่ใช่หรือ หากไม่ใช่เพราะข้าตกลงให้เจ้าและไป๋จื่อแยกบ้านในทีแรก พวกเจ้าจะมีวันนี้หรือไม่ ว่ากันว่าเมื่อดื่มน้ำ อย่าลืมคิดถึงผู้ที่ขุดบ่อน้ำ หากไม่ใช่เพราะข้าเมตตาในวันนั้น ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเจ้าสองแม่ลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง”
เรื่องในตอนนั้น หากไม่พูดถึงก็ดีไป เพราะยิ่งพูดถึงก็ยิ่งทำให้จ้าวหลานโมโห นางชี้ไปที่ประตู กล่าวว่า “พวกเจ้าไปเถอะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกเจ้าอีก”
หญิงชรายังอยากพูดต่อ ทว่าไป๋จื่อกลับยืนอยู่ตรงหน้ามารดาตน เชิดดวงหน้าเล็กขึ้น สองมือดอกอก ทำท่าทางคล้ายกับหูเฟิงอยู่หลายส่วน
“สิ่งที่ท่านแม่ข้าพูด พวกเจ้าไม่ได้ยินหรือ หรือจะบอ