็นที่สุด แต่ก่อนนางอดทนอดกลั้นทุกอย่าง ด้วยไม่อยากยั่วโมโหพวกนาง เพื่อที่ว่าพวกนางจะได้ไม่ถือโอกาสใจร้ายกับจื่อเอ๋อร์ตอนที่นางไม่อยู่
แต่ทว่าความอดทนของนางกลับยังคงไม่ได้ความสงบตอบแทบ ออกจะทำให้พวกนางร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดังนั้นนางจะไม่ยอมให้อีกแล้ว
หญิงชราโกรธเกรี้ยวแล้ว นางชี้หน้าจ้าวหลาน “เจ้าพูดอะไร ไม่มี? นางคนชั่วช้าไม่มีน้ำใจ ข้าเลี้ยงพวกเจ้าแม่ลูกมาตั้งสิบปี สิบปีเต็มๆ วันนี้มายืมข้าวจากเจ้าเล็กน้อย เจ้าบอกว่าไม่มีหรือ”
จ้าวหลานกลอกตา สายตาเย็นชาจ้องมองที่ใบหน้าของอดีตแม่สามี ราวกับมีดเฉือนหนังหน้าของอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยอยากจะดูจริงๆ ว่าผิวหน้าของนางแท้จริงแล้วหนาถึงเพียงไหน
“เจ้าเลี้ยงพวกข้าสองแม่ลูก? พวกข้าสองมีลูกมีวันใดกินข้าวของพวกเจ้าสกุลไป๋โดยไม่ต้องทำงานบ้าง การจากไปของเจ้าสามยังไม่ผ่านไป ข้าก็ต้องลงที่ดิน จื่อเอ๋อร์เพิ่งสามขวบก็ถูกพวกเจ้าชี้นิ้วสั่งให้ทำงาน พวกเจ้าเลี้ยงอะไรพวกข้าบ้าง ให้พวกข้าสองแม่ลูกกินอิ่มสักวัน นอนหลบหนาวสักวันบ้างหรือไม่”
ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ในเรือนผุพังที่นางและจื่อเอ๋อร์อาศัยอยู่ แต่ไหนแต่ไรล้วนมีเพียงผ้าบางๆ ผืนหนึ่ง จนถึงฤดูหนาว พวกนางแทบจะต้องตัวสั่นงันงกในยามค่ำคืนเสมอ
หญิงชราพูดไม่ออก เรื่องที่ก่อนหน้านี้เห็นว่าสมควร ในมุมมองของจ้าวหลาน แตกต่างกับที่นางคิดโดยสิ้นเชิง
“ไม่เลี้ยงดูแล้วอย่างไร