งหรือ”เจ้ารองก้มหน้า พลางตะเกียกตะกายลงจากเตียง ท้องร้องจ๊อกๆ อยู่ตลอด มื้อกลางวันของเขาคือน้ำแกงข้าว เดิมหวังว่าข้าวตอนเย็นจะได้กินข้าวให้อิ่มท้องสักหน่อย ผลสุดท้ายปรากฏว่าแม้แต่น้ำแกงข้าวในตอนนี้ก็ไม่มีสกุลหูหญิงชราและหลิวซื่อมาถึงด้านนอกเรือนไม้ที่จ้าวหลานและไป๋จื่ออยู่ ครั้นเห็นเรือนไม้ลงกลอนไว้ จึงรู้ว่าพวกนางจะต้องอยู่ที่เรือนใหญ่ด้านหน้าของสกุลหูแน่ ถึงตามไปด้านหน้าในลานบ้านไม่มีใคร ประตูใหญ่ปิดสนิท ในโถงก็เหมือนจะไม่มีใครอยู่เช่นกันสองแม่สามีและลูกสะใภ้เรียกอย่างมีน้ำโหอยู่สองเสียง เมื่อไม่มีคนตอบรับ พวกนางจึงเดินเข้าไปเองทันทีที่เข้าไปในโถง ก็เห็นประตูห้องสองห้องภายในนั้นก็ปิดสนิทอยู่เช่นกันหลิวซื่อบ่นพึมพำ “กลางวันเช่นนี้ปิดประตูทำไมกัน หรือว่าทำเรื่องชั่วที่ไม่อาจให้ใครเห็นอยู่ข้างใน”หูจ่างหลินและจ้าวหลาน ทั้งสองล้วนอยู่เป็นหม้ายมานานหลายปี บัดนี้จ้าวหลานเป็นอิสระแล้ว เท่ากับฟืนเจอไฟ หากไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็ออกจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหญิงชราทำหน้าเคร่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หลิวซื่อรีบพูดว่า “ท่านแม่ พวกเราบุกเข้าไปจับพวกเขาให้คาหนังคาเขา เช่นนี้พวกเราก็มีหลักฐานว่าพวกเขาลับลอบคบหากันแล้ว ต่อไปต้องการข้าวหรือเงิน ก็มาเอาจากพวกเขาก็ได้ไม่ใช่หรือ”แม่สามีพลันตาเป็นประกาย ความคิดนี้ยอดเยี่ยมนัก นางพยักหน้าในทันที “ทำเช่นนั้นแล้วกัน”ดังนั้นทั้งสองคนจึงเปิดประตูห้องหนึ่ง