กน้อย ทว่าไม่ได้พูดอะไร เพียงหมุนกายเดินไปเท่านั้น
ไป๋จื่อรับผ้าชุบน้ำที่จ้าวหลานส่งมาให้ นางเช็ดหน้าอย่างลวกๆ พลางถอนใจกล่าวว่า “หากเก็บน้ำที่สาดออกไปแล้วกลับมาได้ก็คงดี”
จ้าวหลานไม่เข้าใจ “พูดเพ้อเจ้ออะไรกัน น้ำที่สาดออกไปแล้ว จะเก็บกลับมาได้อย่างไร”
เด็กสาวคืนผ้าชุบน้ำให้มารดา แล้วถอนใจอีกครั้ง “นั่นน่ะสิเจ้าคะ เมื่อเก็บกลับไม่ได้ เช่นนั้นก็ทำได้เพียงว่า…ไม่ได้สาดออกไป!”
ครั้นเห็นเงาหลังของไป๋จื่อจากไป จ้าวหลานอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า “วันนี้เด็กคนนี้เป็นอะไรไปนะ เหตุใดพูดจาแปลกๆ”
เมื่อมาถึงเรือนใหญ่ของสกุลหูที่อยู่ด้านหน้า หูเฟิงนำแป้งหมี่ใส่ลงในกะละมังแล้ว ปริมาณน่าจะเยอะกว่าคราวก่อนเล็กน้อย
นางเดินไปข้างหน้าเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะรับกะละมังแป้งมาจากในมือของหูเฟิง แล้วชี้นิ้วไปยังกุยช่ายและมันฝรั่งที่อยู่ตรงมุม “เจ้าล้างผัก ข้าผสมแป้งเอง”
หูเฟิงชี้กุยช่ายที่วางไว้บนเตา “ล้างเสร็จแล้ว นั่นคือที่เหลือ” วันนี้เขาตั้งใจซื้อเพิ่มมากำมือหนึ่ง ที่เหลือจะได้กินพรุ่งนี้ได้
ไป๋จื่อตักน้ำมาถ้วยหนึ่งและเริ่มผสมแป้ง พลางกล่าวโดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับไปมอง “เช่นนั้นก็หั่นด้วย หั่นให้เหมือนกับที่ข้าทำคราวก่อน”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “หั่นไม่ได้ ข้าทำไม่เป็น” เขาฆ่าไก่ หักกระดูกได้ แต่กลับหั่นกุยช่ายไม่เป็น…
นางหันกลับไปกวาดสายตามองเขาครั้งหนึ่ง ในแววตาเต็มไปด้วยการดูถูก “แล้วยังหวังให้เจ้าทำอ