อยู่อีกหรือ”หูเฟิงมองไปข้างหน้า ดวงตาไม่เสมองไปที่ใดเลยสักครั้ง“เอาล่ะ เมื่อครู่ข้าไม่ดีเอง ไม่ควรวิ่งไปยังสถานที่อันตรายตามใจชอบ ทำให้เจ้าต้องลำบากไปด้วย ข้าขอโทษ พอใจหรือยัง”ชายหนุ่มเสมองนางครั้งหนึ่ง สีหน้าเย็นชา “หากคำขอโทษมีประโยชน์ อิฐก้อนนั้นไม่กระแทกหลังของข้าไปเปล่าๆ หรอกหรือ?”ไป๋จื่อเลิกคิ้ว “เช่นนั้นเจ้าอยากให้ข้าทำอย่างไร? ให้ข้าคุกเข่าขอให้เจ้าให้อภัยหรือ?”หูเฟิงแค่นหัวเราะเสียงเบา “คุกเข่าก็ไม่มีประโยชน์หรอก ต่อให้เจ้าคุกเข่าจนเข่าหัก ข้าก็ไม่เห็นใจอยู่ดี…หากเจ้าจริงใจจริง ก็ทำข้าวให้ข้ากินสักมื้อก็พอแล้ว”เด็กสาวกวาดสายตามองกระเป๋าผ้าที่ผูกอยู่บนรถเทียมวัว ในกระเป๋าใส่ผักสดไว้จนเต็ม ในนั้นมีกุยช่ายกำหนึ่ง หูเฟิงเป็นคนซื้อ…“เจ้าอยากกินเกี๊ยวหรือ?”เขาถอนใจเสียงหนึ่ง “ก็ไม่รู้ว่าเกี๊ยวที่ไม่มีเนื้อสัตว์จะอร่อยหรือไม่”ไป๋จื่อพอใจนัก ดียิ่ง ตั้งใจทำหน้าบึ้งอยู่ตั้งนาน ที่แท้ก็เพื่อขู่ขอเกี๊ยวจากนางมื้อหนึ่ง“พวกเรายังมีไข่ไก่ ไส้กุยช่ายและไข่ไก่ก็อร่อยเหมือนกัน”นางกันไปมองเขา มุมปากเย็นชายกขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาในดวงตาที่หมื่นปีไม่สลายไปเหมือนกับลดลงไปไม่น้อย รอยยิ้มของเขาจางนัก มองผ่านๆ ไม่อาจรู้ว่าเขากำลังยิ้มหรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เฉยชาเหมือนก่อนหน้านี้อีก“เจ้ายิ้มแล้วดูดีนัก เจ้าควรจะยิ้มบ่อยๆ ถึงจะถูก” จู่ๆ พูดเช่นนี้ออกมา แม้แต่ตัวนางเองก็รู้สึกว่ากะทันหันมาก