แล้ว ไป๋จื่อกับจ้าวหลานก็กลับไปที่เรือนไม้ เมื่อล้างหน้าล้างตาและนอนลง ฝ่ายมารดาก็เข้าไปถามใกล้ๆ ไป๋จื่อ “จื่อเอ๋อร์ ที่ตอนกลางวันเจ้าบอกกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่าอยากปลูกอย่างอื่น คืออะไรหรือ”ไป๋จื่อหาวหวอด “ขอข้าเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ท่านก็รู้แล้ว”จ้าวหลานหยิกใบหน้าเล็กของนาง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “มีความลับกับข้า ช่างใจร้ายนัก”เด็กสาวหัวเราะฮ่าๆ ก่อนจะตะแคงข้างอิงแอบอยู่ข้างกายของจ้าวหลาน พลางสูดหายใจลึก “หอมจัง”มารดาถลึงตาใส่บุตรสาวครั้งหนึ่ง แต่มุมปากกลับยกโค้งขึ้นไม่หยุด “ช่างรู้จักพูดเสียจริง”ขณะมองใบหน้าจิ้มลิ้มของจื่อเอ๋อร์ นางนึกถึงพู่หยกชิ้นนั้นที่แขวนอยู่บนของหญิงชราเมื่อตอนกลางวัน ในใจลังเลอยู่บ้าง ว่าเรื่องนี้ควรบอกบุตรสาวหรือไม่?หากบอกนางไปแล้ว นางจะบุ่มบ่ามไปหาพู่หยกที่สกุลไป๋ แล้วจะเกิดเรื่องขึ้นอีกหรือไม่?“ท่านแม่เป็นอะไรไป มีอะไรอยากพูดหรือเจ้าคะ”จ้าวหลานคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องบอกนาง ถึงอย่างไรของสิ่งนั้นก็เป็นของนาง ไม่แน่ว่าเกี่ยวข้องกับฐานะของนาง นางมีสิทธิ์รู้“จื่อเอ๋อร์ แม่ปิดบังเรื่องฐานะของเจ้ามาโดยตลอด”ไป๋จื่อพยักหน้า “ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้าเป็นเด็กที่ท่านพ่อเก็บมาจากในป่า เป็นท่านพ่อและท่านแม่ที่มอบบ้านให้กับข้า”“จื่อเอ๋อร์ ตอนอยู่ที่สกุลไป๋ในวันนี้ ตอนที่ยายแก่นั่นหยิบกุญแจ บนคอของนางแขวนหยกไว้ชิ้นหนึ่ง เจ้าเ