คือหูเฟิงหรือ” เมิ่งหนานเลิกคิ้วถาม“ใช่ขอรับ” หูจ่างหลินรีบตอบเมิ่งหนานมองเงาหลังของหูเฟิง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แม้สวมเสื้อผ้าหยาบปะรูทั้งตัว แต่กลับไม่อาจปกปิดความสูงส่งที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขาได้เลยบนตัวชาวบ้านตามป่าเขาธรรมดาคนหนึ่ง จะมีกลิ่นอายสูงส่งที่เขาจำต้องมองอยู่หลายครั้งเช่นนี้ได้อย่างไรเมื่อมองดูให้ละเอียดไปอีกขั้น หูเฟิงย่างเท้าไปข้างหน้า ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ครั้นเท้าย่ำพื้นไร้สุ้มเสียง น่าจะเป็นบุตรหลานที่ได้รับการสั่งสอนอย่างดีคนหนึ่งทว่าเมื่อมองเงาหลังของเขาในตอนนี้อีกครั้ง กลับไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายความสูงส่งอะไร เงาหลังของเขาเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป เพียงแต่ผึ่งผายกว่าคนอื่นเล็กน้อยหรือว่าเมื่อครู่เขาจะตาฝาดไป“ดูท่าทางหูเฟิงไม่ค่อยชอบพูดจากระมัง” เมิ่งหนานกล่าวกับหูจ่างหลินหูจ่างหลินรีบตอบ “เรียนใต้เท้า หูเฟิงมีนิสัยเก็บตัว ถึงแม้เวลาอยู่ในบ้าน ก็ไม่ค่อยชอบพูดจาเช่นกัน ขอใต้เท้าโปรดอภัย”เมิ่งหนานตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวกับไป๋จื่อว่า “เจ้าต้องการเชิญข้ากินข้าวไม่ใช่หรือ ไปกันเถอะ!”เฮ้อ…เขาช่างไม่เกรงใจเลยสักนิดเมื่อพวกเขากลับถึงสกุลหู หูเฟิงก็กลับไปในห้องของตนเองแล้ว ทั้งยังปิดตายประตู ดูท่าไม่คิดจะออกมาแล้วไป๋จื่อกล่าวกับเมิ่งหนานว่า “ใต้เท้าพักผ่อนก่อน ข้าจะไปทำอาหาร อีกเดี๋ยวกินข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ข้าค่อยเริ่มออกใบสั่งยาให้ท่าน รับรองว่าสามวันให้