เหตุใดหลิวซื่อจะฟังเจตนาถากถางในคำพูดนี้ไม่ออก นางพลันโกรธจนหน้าแดง แต่กลับไม่กล้าเปิดปากต่อว่าต่อหน้าใต้เท้าเมิ่ง ทำได้เพียงถลึงตามองเด็กสาว
หูจ่างหลินกล่าวต่อ “หลิวกว้าหัว เจ้าพูดจาอะไรย่อมต้องชัดเจน พวกเจ้าสกุลไป๋มีความสามารถหาเงินได้ แล้วพวกข้าสกุลหูจะต้องยากจนไปทั้งชีวิตเลยหรือ”
“ดี ในเมื่อพวกเจ้าบอกว่าเงินนี่เป็นของสกุลไป๋ เช่นนั้นเจ้าก็พูดสิ ว่าได้เงินนี้มาจากที่ใด เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ อาศัยการทำไร่ทำนาเลี้ยงชีพ สกุลใดหาเงินได้เท่าไรต่อปี มีใครบ้างไม่รู้ หากเจ้าบอกไม่ได้ว่าได้เงินนี้มาอย่างไร เช่นนั้นก็เท่ากับว่าขโมยของพวกข้าสกุลไป๋” หญิงชรากล่าว
อย่าว่าแต่องครักษ์จินและเจ้าพนักงานสองคนที่ติดตามมาด้วย แม้แต่เมิ่งหนานที่แต่ไหนแต่ไรใจเย็น ล้วนอยากหัวเราะอย่างอดไม่อยู่ สตรีนางนี้ช่างหน้าด้านเสียเหลือเกิน คำพูดเหล่านั้นไร้หลักการและเหตุผลอย่างชัดเจน ทว่านางพูดออกมาจากปากแล้ว ราวกับมีเหตุผลจริงตามนั้นก็ไม่ปาน
ไป๋จื่อกลับไม่โต้ตอบมาก คนสกุลไป๋ก็มีนิสัยเช่นนี้ หน้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมือง พูดจาอะไรล้วนเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ชอบพูดจาด้วยเหตุผล กลับดำเป็นขาวตามใจชอบ