“เจ้าหมายความว่า เงินสามสิบตำลึงนี้ของเจ้ามีที่มาชัดเจนกระมัง ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว เช่นนั้นเจ้าพูดก่อนดีกว่า ว่าเงินสามสิบตำลึงนี้ของพวกเจ้าได้มาอย่างไร ทุกคนล้วนทำไร่ทำนา คนอื่นหาเงินมาทั้งชีวิตเกรงว่าจะยังหาเงินไม่ได้มากเท่านี้ แม้คนสกุลไป๋ของพวกเจ้าจะอาศัยอยู่ร่วมกันหลายคน ทว่าก็ทำงานอยู่ไม่กี่คน ทั้งยังส่งเสียลูกหลานเข้าเรียนอยู่หนึ่งคน ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าเงินสามสิบตำลึงนี้ของพวกเจ้า แท้จริงแล้วได้มาได้อย่างไร” ไป๋จื่อถาม
หญิงชราพลันตะลึงลาน จากนั้นก็ดึงสติกลับมา “สกุลหูของพวกเจ้าเทียบกับพวกข้าสกุลไป๋ได้หรือ พวกข้ามีที่ดินมาก คนก็มาก จะหาเงินย่อมเป็นเรื่องง่าย เจ้าพูดไร้สาระให้น้อยๆ หน่อย ตอนนี้ข้ากำลังถามหูจ่างหลินว่าได้เงินมาอย่างไร”
จ้าวหลานที่อดกลั้นอยู่ข้างๆ เดินออกมา นางพูดกับหญิงชราว่า “ในเมื่อท่านมีเงินมากขนาดนั้น เหตุใดยังต้องขายจื่อเอ๋อร์ เพื่อแลกเป็นเงินมาให้ต้าเป่าไปแต่งภรรยาด้วย ในเมื่อท่านมีเงินมากขนาดนั้น เหตุใดตอนที่ท่านพ่อตาและเจ้าสามได้รับบาดเจ็บ ท่านถึงไม่ยอมนำเงินออกมารักษาพวกเขา ทั้งยังมองพวกเขาเจ็บจนตายไปอีก”
“เรื่องผ่านมานานแล้ว จะขุดคุ้ยขึ้นมาให้ได้อะไร ข้าว่าพวกเจ้าไม่ยอมบอกที่มาของเงิน จึงจงใจชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่ตรงนี้” หญิงชรากล่าวพร้อมใบหน้าซีดขาว