ื่อปรากฎที่หน้ารถ นางไม่ได้รีบร้อนลงจากรถ เพียงยืนอยู่หน้ารถ มองคนสกุลไป๋ในลานบ้านจากด้านบน สีหน้าของนางเรียบเฉยนัก ทว่าสายตาราวกับดาบนั้น กลับเหมือนจ้วงแทงคนสกุลไป๋เสียหนึ่งรอบร่างกายของคนสกุลไป๋สั่นเทาอยู่ระลอกหนึ่ง สีหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าดินเมิ่งหนานก้าวเข้าไปในลานบ้านหลายก้าว ก่อนจะยืนอยู่ตรงหน้าคนสกุลไป๋ที่มากันอย่างพร้อมเพรียง เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ใครทำเงินหาย”หญิงชราสกุลไป๋อ้ำอึ้งไร้เสียง สองขาสั่นราวไม่หยุดกับหนาว ปากพูดอะไรไม่ออกหลิวซื่อยิ่งเสียความน่าเกรงขามก่อนหน้านี้ไป ฝีปากแหลมคมเวลานี้พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำเมิ่งหนานเห็นว่าไม่มีใครตอบ จึงหันกลับไปมองไป๋จื่อ “เจ้าบอกว่ามีคนทำเงินหายไม่ใช่หรือ”ไป๋จื่อก้าวมาข้างหน้า นิ้วเรียวชี้ไปที่หญิงชราและคนอื่น “พวกเขานั่นแหละ เมื่อวานเย็นจู่ๆ พวกเขาก็มาหาข้าที่นี่ บอกว่าข้ากับท่านแม่ขโมยเงินสามสิบตำลึงของพวกเขาสกุลไป๋ แม้ข้ากับท่านแม่จะยากจน แต่ก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะทำเรื่องลักขโมย ย่อมไม่ยอมถูกคนใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง เวลานี้ขอใต้เท้าตัดสินคดีนี้ คืนความยุติธรรมให้พวกข้าด้วยเจ้าค่ะ”เมิ่งหนานร้องอ๋อเสียงหนึ่ง แล้วหันไปมองสตรีสูงวัยสกุลไป๋อีกครั้ง “คำพูดนี้จริงหรือ พวกเจ้าทำเงินสามสิบตำลึงหายจริงใช่หรือไม่”หญิงชราอยากกลับคำ ทว่าบัดนี้นางขึ้นหลังเสือแล้ว ยากจะลงมา ยิ่งยากที่นางจะถอยกลับ ทำได้เพียงทำหน้าหนากล่าวว่า “ใช่ บ้านพวกข้าทำเงินส