า ไม่เช่นนั้นจะพาพวกนางไปพบทางการ”“ช่างน่าขันนัก เมื่อจ้าวหลานกับไป๋จื่อออกจากสกุลไป๋ คนทั้งหมู่บ้านล้วนเห็นทั้งนั้น ว่าพวกนางไม่ได้นำไปแม้กระทั่งเสื้อผ้า จะนำเงินสามสิบตำลึงของพวกเขาสกุลไป๋ไปได้อย่างไร อีกอย่างนะ สกุลไป๋ยากจนข้นแค้น จะมีเงินสามสิบตำลึงหรือ”ไม่รู้หมอลู่โผล่ออกมาจากที่ใด เขาแค่นหัวเราะกล่าว “ติดเงินค่ารักษาของข้าอยู่สองตำลึงยังไม่คืนเลย หากนางมีสามสิบตำลึง เช่นนั้นข้าคงเสียชื่อสกุลลู่แล้ว”“ไปๆๆ พวกเราก็ไปดูกันสักหน่อย ว่าละครในวันนี้จะร้องอย่างไร”ทุกคนล้วนแห่กันไปที่บ้านของหูจ่างหลินรถม้าจอดอยู่ข้างนอกลานบ้านสกุลหู เสียงร้องแหลมของหญิงชราและหลิวซื่อหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงม้า จากนั้นพวกนางทั้งครอบครัวก็พากันหันหน้ามองไปด้านนอกลานบ้านพวกนางเห็นมือปราบสวมชุดปฏิบัติงานของศาลาว่าการ เหน็บดาบยาวตรงเอวกำลังขี่ม้า พลางมองพวกนาง“ที่นี่คือบ้านของหูจ่างหลินใช่หรือไม่” เสียงดุดันและเย็นชาของมือปราบดังขึ้น ทำเอาคนสกุลไป๋กลัวจนตัวสั่นหูจ่างหลินรีบออกมารับหน้า เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ใต้เท้าทั้งหลาย ข้าคือหูจ่างหลินขอรับ”เวลานี้ม่านของรถม้าถูกเปิดออก เมิ่งหนานออกมาจากด้านใน คนบังคับรถจึงรีบนำแท่นรองเท้ามาจัดวาง“ท่านนี้คือใต้เท้าเมิ่ง มาตัดสินคดีขโมยเงินของพวกเจ้าโดยเฉพาะ” องครักษ์จินพลิกตัวลงจากม้า ก่อนจะยืนข้างๆ เมิ่งหนานจากนั้นม่านของรถม้าก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เงาร่างเล็กจ้อยของไป๋จ