จอดอยู่ข้างนอกลานบ้านสกุลหู เสียงร้องแหลมของหญิงชราและหลิวซื่อหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงม้า จากนั้นพวกนางทั้งครอบครัวก็พากันหันหน้ามองไปด้านนอกลานบ้าน
พวกนางเห็นมือปราบสวมชุดปฏิบัติงานของศาลาว่าการ เหน็บดาบยาวตรงเอวกำลังขี่ม้า พลางมองพวกนาง
“ที่นี่คือบ้านของหูจ่างหลินใช่หรือไม่” เสียงดุดันและเย็นชาของมือปราบดังขึ้น ทำเอาคนสกุลไป๋กลัวจนตัวสั่น
หูจ่างหลินรีบออกมารับหน้า เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ใต้เท้าทั้งหลาย ข้าคือหูจ่างหลินขอรับ”
เวลานี้ม่านของรถม้าถูกเปิดออก เมิ่งหนานออกมาจากด้านใน คนบังคับรถจึงรีบนำแท่นรองเท้ามาจัดวาง
“ท่านนี้คือใต้เท้าเมิ่ง มาตัดสินคดีขโมยเงินของพวกเจ้าโดยเฉพาะ” องครักษ์จินพลิกตัวลงจากม้า ก่อนจะยืนข้างๆ เมิ่งหนาน
จากนั้นม่านของรถม้าก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เงาร่างเล็กจ้อยของไป๋จื่อปรากฎที่หน้ารถ นางไม่ได้รีบร้อนลงจากรถ เพียงยืนอยู่หน้ารถ มองคนสกุลไป๋ในลานบ้านจากด้านบน สีหน้าของนางเรียบเฉยนัก ทว่าสายตาราวกับดาบนั้น กลับเหมือนจ้วงแทงคนสกุลไป๋เสียหนึ่งรอบ
ร่างกายของคนสกุลไป๋สั่นเทาอยู่ระลอกหนึ่ง สีหน้าดำคล้ำยิ่งกว่าดิน
เมิ่งหนานก้าวเข้าไปในลานบ้านหลายก้าว ก่อนจะยืนอยู่ตรงหน้าคนสกุลไป๋ที่มากันอย่างพร้อมเพรียง เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ใครทำเงินหาย”
หญิงชราสกุลไป๋อ้ำอึ้งไร้เสียง สองขาสั่นราวไม่หยุดกับหนาว ปากพูดอะไรไม่ออก
หลิวซื่อยิ่งเสียความน่าเกรงขามก่อนหน้านี้ไป ฝีปากแหลมคมเวลานี้