พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
เมิ่งหนานเห็นว่าไม่มีใครตอบ จึงหันกลับไปมองไป๋จื่อ “เจ้าบอกว่ามีคนทำเงินหายไม่ใช่หรือ”
ไป๋จื่อก้าวมาข้างหน้า นิ้วเรียวชี้ไปที่หญิงชราและคนอื่น “พวกเขานั่นแหละ เมื่อวานเย็นจู่ๆ พวกเขาก็มาหาข้าที่นี่ บอกว่าข้ากับท่านแม่ขโมยเงินสามสิบตำลึงของพวกเขาสกุลไป๋ แม้ข้ากับท่านแม่จะยากจน แต่ก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะทำเรื่องลักขโมย ย่อมไม่ยอมถูกคนใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง เวลานี้ขอใต้เท้าตัดสินคดีนี้ คืนความยุติธรรมให้พวกข้าด้วยเจ้าค่ะ”
เมิ่งหนานร้องอ๋อเสียงหนึ่ง แล้วหันไปมองสตรีสูงวัยสกุลไป๋อีกครั้ง “คำพูดนี้จริงหรือ พวกเจ้าทำเงินสามสิบตำลึงหายจริงใช่หรือไม่”
หญิงชราอยากกลับคำ ทว่าบัดนี้นางขึ้นหลังเสือแล้ว ยากจะลงมา ยิ่งยากที่นางจะถอยกลับ ทำได้เพียงทำหน้าหนากล่าวว่า “ใช่ บ้านพวกข้าทำเงินสามสิบตำลึงหายจริงๆ เป็นสองหัวขโมยไป๋จื่อและจ้าวหลานขโมยไป ยังจะมีผู้ใดอีก”
สีหน้าขององครักษ์จินเริ่มเย็นชาขึ้นเล็กน้อย เขากล่าวเสียงทุ้ม “พูดจาให้ดี ไม่อนุญาตให้ต่อว่าผู้ใด”
นางหวาดกลัวจนแทบจะคุกเข่าลง โชคดีหลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ ประคองนางไว้
“เจ้าบอกว่าพวกนางขโมยเงินของบ้านพวกเจ้าไป มีหลักฐานหรือไม่” เมิ่งหนานถามอีก