้าว ส่วนพวกเจ้าก็กลับไปเถอะ ขืนชักช้าไปมากกว่านี้ เกรงว่าเวลากินโจ๊กใสๆ คงจะไม่มีแม้กระทั่งในหนึ่งตะเกียง” คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ตะเกียงใส่น้ำมันที่เหลือน้อยกว่าครึ่ง วันนั้นถูกหยางซื่อเกินทุบจนแตกละเอียด ไม่มีเหลือเลยสักนิดหญิงชราจะยอมไปได้อย่างไร เรื่องนี้ยังไม่กระจ่างแจ้งเลยนางกำลังคิดจะอ้าปาก กลับเห็นหูเฟิงทิ้งตะเกียบลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง’ ทั้งยังกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก”เสียงของเขาไม่ดังมาก แต่กลับเย็นชาเป็นพิเศษ ท่าทางของเขากดอัดผู้คนราวกับภูเขาไท่ซาน ทำให้หญิงชราต้องกลืนคำพูดที่เหลือกลับไป อีกทั้งร่างกายก็ถอยหลังไปสองก้าวอย่างอดไม่ได้หลิวซื่อคิดถึงท่าทางดุร้ายนามที่หูเฟิงหักแขนสองข้างของเจ้าใหญ่ในวันนั้น ในใจพลันลุกลี้ลกลน รีบดึงแขนเสื้อของแม่สามี พลางกล่าวว่า “ท่านแม่ นางเด็กน่าตายนี่กล่าวแล้วว่าพรุ่งนี้จะคิดบัญชีกับพวกเราให้ชัดเจนไม่ใช่หรือเจ้าคะ เช่นนั้นพวกเราค่อยว่ากันพรุ่งนี้เถิด”แม่สามีเห็นหนทางให้ก้าวลง จึงหาข้ออ้างก้าวลงทันที “ตกลง เช่นนั้นพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน แต่ข้าขอเตือนพวกเจ้าสองคน อย่าได้คิดหนี ไม่เช่นนั้นข้าต้องหาทางจับพวกเจ้ากลับมาแน่ เพื่อฉีกหน้ากากของพวกเจ้า”ไป๋จื่อกวาดสายตามองนางอย่างเยือกเย็น น้ำเสียงเฉยชาเสียดแทงพวกเขาราวกับมีด “เช่นนั้นข้าขอพูดแบบเดียวกับพวกเจ้า ระหว่างที่ยังไม่ได้คิดบัญชีอย่างชัดเจน อย่าได้คิดหนี ระวังถูกจับกลับมาแล้ว