จยามเขาเป็นประมุขของมหามรรคาสายหนึ่ง เขาพ่ายแพ้ให้มรรคาอริยะอันแสนแข็งแกร่ง ยามเขาเป็นอริยเทวะแห่งมรรคาอริยะ เขาก็พ่ายแพ้ให้คนรุ่นหลังที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้อีก“ขอบังอาจถามมรรคาจารย์ ผู้คนของข้า ดวงวิญญาณของพวกเขาไปยังแห่งหนได้…ปลอดภัยดีหรือไม่”เสียงของอริยเทวะซากศพดังขึ้น น้ำเสียงหนักอึ้งนักเจียงฉางเซิงจึงตอบว่า “ข้าสร้างตำหนักยมโลกขึ้นมาเพื่อควบคุมระบบระเบียบของสังสารวัฏ ดวงวิญญาณที่คืนชีพมาทั้งหมดถูกส่งไปที่ตำหนักยมโลกเพื่อไถ่บาปแล้วยามใดไถ่บาปหมดสิ้น พวกเขาก็จะกลับมาเกิดใหม่ในวิถีเซียนหลุดพ้นจากชะตากรรม”เมื่อได้ยินคำนี้ อริยเทวะซากศพกลับไม่โกรธ เขาถามด้วยน้ำเสียงฉงน “กลับชาติมาเกิดในวิถีเซียนได้จริงหรือ”“ดีชั่วล้วนกรรมตามสนอง แม้พวกเจ้าพบเจอความทุกข์มา แต่สรรพชีวิตล้วนต่างทัศนคติ สำหรับในห้วงอนันต์สุญญตาแห่งนี้ พวกเจ้าได้กระทำชั่ว ในเมื่อทำชั่วก็ต้องได้รับบทลงโทษ สังสารวัฏให้ความยุติธรรมขั้นพื้นฐานกับทุกสรรพสิ่งไม่ว่าผู้ใดก็ตาม”นิ้วชี้ของอริยเทวะซากศพสั่นเทา เห็นชัดว่าในใจเขากำลังสับสน“ข้าให้เวลาเจ้าขบคิดพันปี ไม่ต้องรีบร้อนเลือก”เจียงฉางเซิงกล่าวจบคำนี้ก็ตัดการติดต่อทางจิต เขา