เฉลียวเกินคน ดูเหมือนไร้เดียงสา ทว่าความจริงแล้วความไร้เดียงสาเช่นนี้ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่นางใช้ปกป้องตนเองเท่านั้น
ยังอายุน้อยอยู่แท้ๆ ก็แผนสูงเช่นนี้แล้ว ทำให้เขาต้องตัดสินใจมองนางใหม่
ยิ่งชายหนุ่มรู้สึกว่านางแตกต่างจากคนอื่น ก็ยิ่งอยากมองนางอย่างละเอียด ทว่ายิ่งมองนางอย่างละเอียด ก็ยิ่งมองนางไม่ออก
หูเฟิงผุดลุกขึ้น กล่าวกับลุงหูว่า “ข้าจะไปให้หญ้าวัวสักหน่อย พวกท่านเตรียมตัวแล้วกัน อีกเดี๋ยวจะออกเดินทางแล้ว” ครั้นหมุนกายไป มุมปากของเขายกยิ้มจางๆ ต้องมีสักวันที่เขาฉีกหน้ากากของเด็กสาวผู้นี้ด้วยตนเอง ภายใต้หน้ากากนั้นซ่อนอะไรไว้ แท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไรกันแน่
เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถเทียมม้า พวกเขาคล้ายกับครอบครัวสี่คนจริงๆ สีหน้าผ่อนคล้าย เข้าไปในเมืองพร้อมเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ
หลิวซื่อที่กำลังซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำเห็นเข้าพอดี นางพลันยืดเอวขึ้น ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงแหลมๆ “ดูสิดู ดูครอบครัวสี่คนนี้ เมื่อวานเพิ่งแยกบ้าน วันนี้ได้บ้านใหม่แล้วหรือ แม้จะร้อนใจมาก ก็ควรรอสักสองวันกระมัง ผิวหน้าคนเอ๋ย หากจะหนาขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นแม้แต่กำแพงเมืองก็เทียบไม่ได้”
สีหน้าของจ้าวหลานดูไม่น่ามองอย่างยิ่งในทันใด นางอดกลั้นมาเป็นสิบปี ในระยะเวลาสิบปีนี้ นางทำงานให้สกุลไป๋ต่างวัวต่างม้า แต่ไหนแต่ไรไม่เคยคิดว่าชีวิตของตนเองเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งไม่ได้พูดจากับบุรุษคนใดมากนัก ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม สิ