้หญิงอีกสองคน พวกนางไม่ใช่คนของหมู่บ้านหวงถัว บอกว่าเป็นหมู่บ้านจูๆ ลี่ๆ อะไรสักอย่าง ข้าไม่ได้จำในตอนนั้น พวกนางน่าจะเกิดหิวขึ้นมา จึงเริ่มพูดถึงอาหารบางอย่าง เวลานั้นข้าหิวเช่นกัน จึงลอบฟังพวกนางคุยกัน พวกนางบอกว่าสิ่งที่อร่อยที่สุดที่เคยกินในชีวิตนี้ ก็คือเกี๊ยว ทั้งยังบอกวิธีทำเกี๊ยวอีกด้วย ขณะนั้นข้ารู้สึกอยากกินเหลือเกิน น้ำลายเปียกเสื้อผ้าเต็มไปหมด”
ครั้นเห็นท่านแม่และลุงหูหัวเราะ นางก็พูดต่ออีก “ตอนนั้นข้าแอบสาบาน ว่าต่อไปจะต้องทำเกี๊ยวให้ได้สักครั้ง กินกับท่านแม่”
ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ในใจของจ้าวหลานเต็มไปด้วยความละอาย แต่ก่อนที่บุตรสาวไปขุดผักป่า ทุกครั้งล้วนถูกคนสกุลไป๋ไล่ไปทั้งที่ท้องยังว่าง กลับมาก็อาจจะไม่มีข้าวกลางวันกิน เมื่อตกเย็น หากโชคดีก็จะได้กินโจ๊กเหลวๆ ที่มีข้าวอยู่บ้าง หากโชคไม่ดี ก็เหลือเพียงน้ำข้าวหรือน้ำผักเท่านั้น
หากจะกล่าวโทษ ก็ต้องโทษที่นางเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ปกป้องบุตรสาวไม่ได้ ยิ่งไม่อาจให้เด็กสาวได้มีชีวิตที่ดี ทำได้เพียงมองนางทุกข์ยากเท่านั้น
สำหรับไป๋จื่อแล้ว จ้าวหลานกับลุงหูปักใจเชื่อและไม่สงสัยแล้ว ทว่าอีกคนหนึ่งเป็นข้อยกเว้น
หูเฟิงไม่เชื่อ!
แม้ที่เด็กสาวผู้นี้พูดจะมีต้นสายปลายเหตุ ทว่าเขารู้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังพูดโกหก
เหมือนกับที่นางไม่เคยเรียนวิชาหมอ ทว่ากลับรู้วิชาหมอ
นางไม่เคยเข้าโรงเรียน ทว่ารู้จักหนังสือ
แม้นางจะอายุยังน้อย แต่กลับฉลาด