ย ด้านบนตั้งกระจกสำริดบานหนึ่งไว้ แม้จะไม่สวยประณีตนัก แต่กลับทำให้จ้าวหลานร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้ง
ต้องรู้ว่าเมื่อนางแต่งให้เจ้าสามเมื่อครั้งนั้น นางไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระจกสำริด แม้แต่ผ้าปูเตียงใหม่ยังไม่เคยได้เลยด้วยซ้ำ
และยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิบปีหลังจากเจ้าสามตายไป นางกับจ้าวหลานไม่เคยได้ส่องกระจกโดยสิ้นเชิง
แค่เพียงเครื่องเรือนธรรมดาเหล่านี้ กลับทำให้จ้าวหลานซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
อยู่ในเรือนเช่นนี้ ถึงจะรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวได้!
หูเฟิงยกถังน้ำเดินเข้ามาในเรือนไม้ ครั้นเห็นจ้าวหลานร้องไห้อยู่เงียบๆ ทว่าบนใบหน้ากลับมีรอยยิ้ม ส่วนไป๋จื่อกำลังปลอบใจนางอย่างใจเย็น เขาก็วางถังไม้ลงอย่างแรง แล้วกล่าวกับเด็กสาวว่า “เย็นนี้เจ้าทำกับข้าว ข้าถอนขนไก่ป่าไว้เรียบร้อยแล้ว”
ไป๋จื่อหันไปมองเขา เงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงประตู ทว่าย้อนแสงเช่นนี้ นางจึงไม่สีหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจน แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเขินอายของเขาอย่างแจ่มชัด
“หูเฟิง ขอบคุณพวกเจ้ามาก”
เขากวาดสายตามองข้าวของทำใหม่ในเรือน ทุกชิ้นล้วนเป็นฝีมือเขาทั้งหมด
เมื่อคิดถึงสภาพแวดล้อมที่พวกนางอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ เขาย่อมเข้าใจความรู้สึกของพวกนางในเวลานี้
“ใช้เงินที่เจ้าหามาทั้งนั้น ไม่ต้องขอบคุณข้า ข้าแค่ออกแรงเล็กน้อยเท่านั้น” หูเฟิงกล่าวเรียบๆ
“เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณเจ้าเช่นกัน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยอมออกแรง