ก”
หัวหน้าหมู่บ้านมองหญิงชรา “เรื่องนี้ตกลงตามนี้ใช่หรือไม่”
หญิงชราพนักหน้า “ตกลงตามนี้ แยกบ้านเสียตอนนี้เลย ข้าไม่อยากเห็นพวกนางอีกแม้แต่วินาทีเดียว ให้พวกนางรีบไสหัวออกไป อย่าได้โผล่มาให้ข้าเห็นอีกตลอดไปได้ยิ่งดี”
พูดเหมือนกับว่ามีใครอยากอยู่ต่อหน้านางอย่างนั้นแหละ ไป๋จื่อหัวเราะเสียงเย็น พลางกล่าวในใจ ‘ต่อไปพวกเจ้าคนสกุลไป๋ ถึงแม้มาคุกเข่าขอข้าวกินต่อหน้าข้า ข้าจะไม่มีทางชายตามองพวกเจ้าสักครั้ง’
หัวหน้าหมู่บ้านขอยืมพู่กันและหมึกจากหมอลู่ ก่อนจะเขียนหนังสือฉบับหนึ่งเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดแบ่งเป็นสามชุด ชุดหนึ่งมอบให้หญิงชรา ชุดหนึ่งมอบให้ไป๋จื่อ ส่วนตัวเองเก็บไว้เองชุดหนึ่ง เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนในภายภาคหน้า ที่เขาจึงต้องมีหลักฐานด้วยเช่นกัน
หญิงชราให้ไป๋เสี่ยวเฟิงช่วยอ่าน ส่วนไป๋จื่อกลับอ่านหนังสือนั้นทุกตัวอักษรด้วยตนเอง
หลิวซื่อขึ้นเสียงพูดว่า “โอ้…รู้จักหนังสือด้วยหรือ แสร้งทำให้ผู้ใดดูกัน เด็กชั่วช้าอย่างเจ้า กล้าทำท่าทางเช่นนี้ต่อหน้าเสี่ยวเฟิงของพวกข้า ไม่กลัวคนหัวเราะจนฟันร่วงเอาเสียเลย”
ไป๋จื่ออ่านหนังสือในมือจบแล้ว นางช้อนสายตาขึ้นกวาดมองหลิวซื่อ แล้วกล่าวอย่างมีเลศนัยว่า “ก็ไม่รู้ว่าเป็นบุตรชายของผู้ใด แม้จะบอกว่าเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน ทว่าผลการสอบทุกครั้งล้วนย่ำแย่ที่สุด คนเช่นนี้ยังหวังว่าต่อไปจะได้ทำงานราชการ ข้าล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงเสียจริงๆ! ข้าว่