ไป๋จื่อรีบเติมเชื้อไฟ “ท่านย่า คงจะดีกว่าหากท่านพาข้าและท่านแม่ไปหาหมอในเมือง ไม่แน่ว่าอาจจะรักษาอาการบาดเจ็บของข้าและท่านแม่จนหายดีก็ได้”
หญิงชราถลึงตามองนาง “อย่ามาเรียกข้าว่าย่า ข้ารับไม่ได้ที่มีหลานสาวเช่นเจ้า พวกข้าสกุลไป๋รับไม่ได้”
ไป๋จื่อกำลังรอคอยประโยคนี้อยู่ จึงทำหน้าตาเย็นชาในทันที “ท่านย่าหมายความว่าอย่างไร ต้องการจะแยกบ้านกับข้าหรือเจ้าคะ”
“แยกบ้าน ในบ้านนี้มีพวกเจ้าด้วยหรือ พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาแบ่ง พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามาพูดเรื่องแยกบ้านกับข้า” หญิงชราแค่นหัวเราะ
หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้ว “เจ้าพูดเช่นนี้ไม่ได้ จ้าวหลานเป็นภรรยาของเจ้าสาม เจ้าสามเป็นบุตรชายของสกุลไป๋ ทรัพย์สินของสกุลไป๋นี้จะไม่มีส่วนของเจ้าสามได้อย่างไร แล้วจ้าวหลานกับไป๋จื่อจะแบ่งสมบัติตระกูลไม่ได้ได้อย่างไร”
ตอนนี้หญิงชรามองใครก็ขัดตาไปเสียหมด แม้แต่มองหัวหน้าหมู่บ้านก็เหมือนเข็มตำตา “นี่เป็นเรื่องของสกุลไป๋ ไม่ต้องให้คนนอกเข้ามายุ่งเกี่ยว ตอนนี้ข้าเป็นใหญ่ในสกุลไป๋ ข้าจะแบ่งอย่างไรก็จะแบ่งอย่างนั้น”
ไป๋จื่อกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้าน “ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ดูท่าข้ากับท่านแม่จะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อท่านย่าไม่ยอมแบ่งสมบัติให้พวกข้า เช่นนั้นพวกข้าก็ไม่กล้าขอร้อง รบกวนท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านช่วยข้าเขียนหนังสือแยกบ้านฉบับหนึ่ง ต่อไปไม่ว่าร่ำรวยหรือยากจน พวกข้าแม่ลูกจะไม่เกี่ยวข้องกับสกุลไป๋อี