สี่ยวเฟิงของพวกข้า ไม่กลัวคนหัวเราะจนฟันร่วงเอาเสียเลย”ไป๋จื่ออ่านหนังสือในมือจบแล้ว นางช้อนสายตาขึ้นกวาดมองหลิวซื่อ แล้วกล่าวอย่างมีเลศนัยว่า “ก็ไม่รู้ว่าเป็นบุตรชายของผู้ใด แม้จะบอกว่าเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน ทว่าผลการสอบทุกครั้งล้วนย่ำแย่ที่สุด คนเช่นนี้ยังหวังว่าต่อไปจะได้ทำงานราชการ ข้าล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงเสียจริงๆ! ข้าว่านะ แม้แต่ซิ่วไฉ[1]คงจะสอบไม่ได้หรอก”[1] ซิ่วไฉ (秀才) หนึ่งในคุณวุฒิในการสอบเป็นขุนนางสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีน นับเป็นคุณวุฒิระดับแรกในการสอบเข้ารับราชการในสมัยก่อน
ตอนที่ 86 แยกบ้าน
น่าเสียดายนัก บนโลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจในภายหลังให้กิน
หัวหน้าหมู่บ้านก็กล่าวเช่นกัน “เรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้ว จะโทษก็โทษตัวพวกเจ้าเองเถอะ จิตใจโหดเหี้ยม มือหนักยิ่งนัก ทำร้ายชีวิตของจ้าวหลานและไป๋จื่อ ต่อไปพวกนางสองแม่ลูกจะมีชีวิตอย่างไร”
หญิงชรากลอกตารอบหนึ่ง ก่อนจะถลึงตาใส่หมอลู่ “ท่านหมอลู่ ป่วยหรือไม่ เจ็บไข้มากหรือน้อย นี่เป็นสิ่งที่เจ้าล้วนตัดสินออกมา ไม่ใช่ว่าเจ้าตกลงกับพวกนางไว้ สร้างเรื่องเหล่านี้มาหลอกพวกข้าหรือ”
หมอลู่แค่นหัวเราะ “หากเจ้าไม่เชื่อข้า ก็พาพวกนางสองแม่ลูกไปในเมืองเดี๋ยวนี้ เสาะหาหมอที่ดีที่สุดมาตรวจดู ดูสิว่าข้าลู่จ่างชุนพูดโกหกสักคำหรือไม่”
ด้วยนิสัยรักเงินยิ่งชีพของหญิงชรา จะพาไป๋จื่อและจ้าวหลานไปหาหมอในเมืองได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด