งนี้ท่านลุงหูกับหูเฟิงจะกินอะไร”
เด็กสาวตักข้าวให้จ้าวหลานถ้วยหนึ่ง กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เป็นไปไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ หากเป็นโสมคุณภาพทั่วไปยังพอเป็นไปได้ แต่นั่นเป็นโสมภูเขาอายุร้อยปี หลายคนอยากซื้อก็ซื้อไม่ได้ เจ้าของร้านยานั่นเห็นเข้า ไหนเลยจะให้ท่านหมอลู่วิ่งเต้นอีกรอบ ต้องให้เงินในวันนี้แน่นอนเจ้าค่ะ”
แม้นางจะไม่ได้ทำการค้าขาย แต่ก็รู้ความคิดของคนค้าขายอยู่บ้าง เมื่อเห็นของดีอย่างโสมภูเขาร้อยปีเช่นนั้น พ่อค้าคนหนึ่งไม่มีทางปล่อยโอกาสเช่นนี้ไปแน่ ย้อมต้องคว้าของดีนี้ไว้ ครั้นถึงเวลาที่เหมาะสมก็ค่อยขายออกไปในราคาสูง
ท่านลุงหูยิ้ม “ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เงินกลับมาจริงๆ ทว่าพวกเราก็ไม่หิว ไป๋จื่อพูดถูกต้อง พวกเราลำบากมาทั้งชีวิต ยากจนข้นแค้นมาตลอด ในที่สุดวันนี้ก็มีเงินแล้ว ย่อมไม่อาจลำบากตนเองต่อไปได้อีก ต่อจากนี้พวกเราควรกิน ควรดื่ม ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จะได้ไม่เสียแรงที่เกิดมาในชาตินี้”
จ้าวหลานเห็นว่าหูจ่างหลินไม่เหมือนกับพูดเอาใจ ในใจของนางจึงผ่อนคลายขึ้นมาก นางยิ้มว่า “พี่หูพูดถูก พวกเราลำบากมาทั้งชีวิตแล้ว ต่อไปไม่อาจลำบากลูกได้อีก” นางมองไป๋จื่อที่อยู่ข้างกาย แววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ ในใจหวานราวกับเติมน้ำผึ้ง
สกุลไป๋
หลิวซื่อยกชามเนื้อผัดไฟแดงมาที่โต๊ะ ก่อนจะตักโจ๊กใส่ถ้วยให้ทุกคน
ทั้งครอบครัวนั่งล้อมโต๊ะตัวหนึ่ง เจ้าใหญ่มือหักทั้งสองข้าง ทำได้เพียงอาศัยหลิวซื่อป้อนทีละคำ หลิว