มรรคาอริยะ สร้างยุครุ่งเรืองของมหามรรคาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ก็ได้”ไท่ซั่งคุนหลุนแววตาลุกโชติช่วง มู่หลิงลั่วกับไป๋ฉีได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเขาตัดความรู้สึกหรือเจียงฉางเซิงสีหน้านิ่งสงบ แต่ในใจตกตะลึง เจ้าหมอนี่ช่างคิดเสียจริงนะแต่เรื่องนี้น่าจะลองดูได้ไม่ว่าอย่างไรการต่อสู้ระหว่างเขากับมรรคาอริยะก็ยังอีกยาวไกล เตรียมพร้อมไว้มากหน่อยย่อมดีเจียงฉางเซิงเอ่ยปากว่า “วิถีไร้ใจ มิใช่เป็นไปมิได้ แต่ในสายตาข้า มรรคาอริยะมิใช่เป้าหมายที่ข้าต้องการไล่ตาม ในเมื่อเจ้ามิความคิดเช่นนี้ ไยมิลองดูเล่า สร้างวิถีไร้ใจขึ้นมาวันหน้ามรรคาอริยะก็จะเป็นโอกาสดีที่เจ้าจะสร้างบุญบารมีครั้งยิ่งใหญ่”วิถีไร้ใจอย่างนั้นหรือไท่ซั่งคุนหลุนหลุดสีหน้าคิดไม่ถึงออกมา เขาลังเลครู่หนึ่งก็ถามว่า “ข้าทำได้หรือ”เจียงฉางเซิงคลี่ยิ้ม “สรรพสิ่งล้วนมีโชคชะตาและชะตากรรม การเข้าร่วมวิถีเซียนคือโชคชะตาของเจ้า การสร้างวิถีไร้ใจเหนือสรรพสิ่งคือชะตากรรมของเจ้า”เขายกมือขวาขึ้น นิ้วชี้จิ้มไปทางไท่ซั่งคุนหลุนที่นั่งอยู่ห่างๆครึ่งชั่วยามหลังจากนั้นไท่ซั่งคุนหลุนก็เดินออกมาจากตำหนักเมฆาม่วง เขารู้สึกราวกับได้ข้ามชาติภพ เขานึกทบทวนเคล็ดวิชาในสมอง