ย “ข้าให้สะใภ้ใหญ่ไปเป็นแม่สื่อให้ไป๋จื่อ สามวันหลังจากนี้จะต้องส่งนางไปแล้ว ไป๋จื่อจะอยู่ที่บ้านของพวกเราอีกสามวันเท่านั้น”
เจ้ารองตกใจจนตาถลน “ท่านแม่ ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือไร ให้ไป๋จื่อแต่งออกไปเช่นนี้ หากจ้าวหลานปฏิเสธไม่ยอมทำงาน เช่นนั้นใครจะเป็นคนจัดการที่นาและที่ดินของพวกเรา”
“เจ้าว่าใครควรทำล่ะ หรือจะให้กระดูกแก่ๆ อย่างข้าไปปลูกข้าว” หญิงชราพูดด้วยความโมโห
เจ้ารองพลันนึกภาพยามหญิงชราให้หลิวซื่อไปซื้อเนื้อสัตว์ พลันรู้ว่าอีกฝ่ายต้องให้เงินมาไม่น้อย ท่านแม่ของตนถึงใจดียอมให้นำเงินไปซื้อเนื้อมาได้
“ท่านแม่ หมู่บ้านไป๋หยางคือที่ใด พวกเราล้วนรู้อยู่แก่ใจดี ชายโสดที่นั่นต้องการแต่งภรรยา จะต้องจ่ายเงินไม่น้อยแน่ แท้จริงแล้วท่านกับสะใภ้ใหญ่ขายไป๋จื่อเป็นเงินเท่าไรกัน”
หญิงชราถ่มน้ำลายบุตรชายตนเองครั้งหนึ่ง “พูดอะไรขายไม่ขาย นี่เป็นการแต่งงานของนาง อีกฝ่ายยอมให้สินสอดมายี่สิบตำลึงเงิน นี่ล้วนเป็นสิ่งที่เหมาะสม จะเรียกว่าขายได้อย่างไร”
ครั้นเจ้ารองได้ยินว่ายี่สิบตำลึงเงิน สีหน้าไม่พอใจบนใบหน้าก็พลันจางหายไป เขารีบพูดกับท่านแม่ว่า “ท่านแม่ ยี่สิบตำลึงนี้ ท่านต้องแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งนะ”
ผู้เป็นมารดารีบโบกมือ “ไม่ได้หรอก ยี่สิบตำลึงนี้มีส่วนที่จะต้องนำไปใช้แล้ว ไหนเลยจะบอกว่าแบ่งก็แบ่งได้”
เจ้ารองทำหน้าง้ำในทันที “เช่นนั้นท่านบอกข้าหน่อยสิ ว่าท่านจะใช้ยี่สิบตำลึงนี้ไปกับอะไร”
“ต้าเป่าอ