เกษตรเดินอยู่ในทุ่งนานอกหมู่บ้าน ครั้นเห็นสภาพน่าเวทนาของสองแม่ลูก ทุกคนล้วนหยุดฝีเท้าสอบถาม“จื่อยาโถว พวกเจ้าสองแม่ลูกมีสภาพเช่นนี้ เหตุใดยังออกมาอีกเล่า”ไป๋จื่อกล่าวพร้อมตาแดงๆ “ในบ้านไม่มีผักป่าแล้ว ท่านย่าให้พวกข้าไปขุดผักป่า ท่านลุงท่านอา ขอบคุณพวกท่านที่เป็นห่วง พวกข้าต้องไปแล้ว ไม่เช่นนั้นกลับมาช้าเกินไปจะถูกตำหนิอีก” เดิมทีเด็กสาวอ่อนแออย่างยิ่ง บนใบหน้าเล็กที่ผอมซูบเต็มไปด้วยรอยแผล ในดวงตาที่งดงามปกคลุมไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นแล้วดูน่าสงสารยิ่งนักพวกคนในหมู่บ้านมองเงาหลังของสองแม่ลูกที่เดินกะโผลกกะเผลก พากันถอนใจและส่ายหน้า “เป็นเด็กดียิ่งนัก เหตุใดคนสกุลไป๋ถึงใจร้ายเช่นนี้นะ”“นั่นน่ะสิ ลูกบ้านนั้นขี้เกียจตัวเป็นขน ไม่มีใครทำงานเป็นสักคน ที่ดินหรือที่นา ในบ้านหรือนอกบ้าน ล้วนมีแต่สองแม่ลูกคู่นี้คอยทำงาน สุดท้ายแล้วตกอยู่ในสภาพนี้ ทำให้คนรู้สึกช้ำใจเสียจริง!”“ดีที่จ้าวหลานทนได้ หากเปลี่ยนเป็นสตรีคนอื่น เกรงว่าจะทิ้งบ้านนี้หนีไปนานแล้ว ไหนเลยจะหาบ้านดีๆ ไม่ได้? รั้งอยู่ที่นี่เท่ากับถูกคนสกุลไป๋เหยียบย่ำ”“ทิ้งบ้านหนีไป? เจ้าน่ะพูดง่าย หากจ้าวหลานไปแล้ว จื่อยาโถวจะทำอย่างไร? คนสกุลไป๋พวกนั้นจะดีกับจื่อยาโถวหรือ?”จางซื่อซักผ้ากลับมาจากริมแม่น้ำพอดี นางได้ยินพวกชาวบ้านพูดคุยกัน ทั้งเห็นว่าพวกเขาใช้สายตาแปลกๆ มองนาง ในใจของนางมีไฟสุมอยู่อย่างแท้จริง แม้นางจะเป็นคนสกุลไป๋ ไม่ค่อยไว้ห