่ช้า ทำเอาหญิงชราและหลิวซื่อพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เด็กสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อข่มโทสะที่ปะทุขึ้นในใจไว้ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “แม่ข้าบาดเจ็บหนัก ต้องพักผ่อนเร็วหน่อย หากพวกท่านไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็อย่ารบกวนเลยเจ้าค่ะ ถ้าทำให้อาการป่วยของท่านแม่ข้ากำเริบขึ้นอีก ถึงตอนนั้นหนี้ที่พวกท่านติดค้างอยู่ คงไม่ได้มีเพียงหกตำลึงเงินเท่านั้น”
เมื่อพูดถึงหกตำลึงเงิน หน้าอกของหญิงชราก็เจ็บแปลบขึ้นมาเป็นระลอกๆ นางชี้หน้าต่อว่าไป๋จื่อ “หนี้ที่พวกข้าติดค้าง? หากไม่ใช่เพราะเจ้า จะเกิดเรื่องไร้สาระเช่นนี้ขึ้นหรือ? นี่เป็นหนี้ที่เจ้าติดค้าง เจ้าจำไว้ให้ดี”
ไป๋จื่อแค่นหัวเราะ “แล้วอย่างไร? ลืมคำที่พวกท่านเพิ่งพูดแล้วหรือ? ใครกันเป็นคนบอกว่า สิ่งของของสกุลไป๋ย่อมต้องแบ่งกันทุกคน? แล้วเป็นอย่างไร? สิ่งของนำเข้ามาในบ้านแล้วต้องแบ่งกัน แต่ออกไปแล้วไม่ต้องแบ่งกันหรือ?”
“นางเด็กน่าตาย เจ้าราวีข้าเรื่องพวกนี้ให้น้อยๆ หน่อยเถอะ หนี้หกตำลึงเงินนี้ อย่างไรเจ้าก็ต้องคืน ไม่คืนก็ต้องคืนเช่นกัน ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไรก็ตาม” หญิงชรากล่าวทิ้งท้ายอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกับหายใจหนัก ก่อนจะดึงหลิวซื่อหันกายเข้าไปในเรือน แล้วปิดประตูเสียงดังปัง ราวกับประตูบานนั้นก็ผิดเช่นเดียวกับเด็กสาว
เมื่อแม่สามีและลูกสะใภ้เข้าประตูไป หลิวซื่อก็รั้งหญิงชราไว้ แล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านรู้สึกหรือไม่ ว่าเหมือนนางเด็กน่าตายผู้นี้จ