เล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
อีกฝ่ายกวาดสายตามองนางครั้งหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างไม่ปิดบัง “หมายความว่าอย่างไร? เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ?”
“ข้ารู้ดีอะไร? เจ้าจะพูดอะไรต้องมีหลักฐาน อย่าได้พูดจาซี้ซั้ว พูดมั่วใส่ร้ายคนดี” หลิวซื่อร้อนรน
“หากไม่อยากให้ใครรู้ ก็อย่าทำเสียสิ พี่สะใภ้ใหญ่ บางคำพูดข้าไม่อยากพูดเลย ทว่าท่านชอบนำกะละมังใส่มูลที่ตนเองถ่ายทิ้งไว้ มาครอบใส่หัวของผู้อื่น ข้าไม่ใช่จ้าวหลาน ถึงจะได้ปล่อยให้ท่านรังแกและไม่รู้จักตอบโต้”
หญิงชราปวดหัวกับการต่อปากต่อคำของพวกนางสองคนนัก “เอาล่ะ พูดให้มันน้อยๆ หน่อย จะไม่จบสิ้นเลยกระมัง?” ครั้นเห็นลูกสะใภ้ทั้งสองคนไม่พูดจาแล้ว นางจึงชี้กะละมังผักบนโต๊ะ เอ่ยถามว่า “เหตุใดวันนี้ผักจึงน้อยเช่นนี้? จะพอให้ผู้ใดกินกัน”
“ในบ้านไม่มีน้ำมันแล้ว ผักก็เหลือเพียงเท่านี้ ข้าวในถังก็มีไม่มากเช่นกันเจ้าค่ะ” จางซื่อกล่าว
เดิมทีข้าวก็ไม่พออยู่แล้ว หญิงชรากำลังคิดจะให้หลิวซื่อไปขอยืมบ้านต้าหู่จื่อที่อยู่ข้างๆ สักสองโต่ว[1] เมื่อข้าวสาลีออกรวงแล้วค่อยคืนให้พวกเขา ผักป่านี้เดิมทีก็เป็นไป๋จื่อที่ไปขุดมา ความจริงแล้วเมื่อวานก็ควรจะไปขุดผักป่า แต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้น ทำให้เสียเวลาเช่นนี้
หญิงชรากล่าวกับหลิวซื่อ “เจ้าไปบอกนางเด็กน่าตายผู้นั้น ให้พรุ่งนี้นางไปขุดผักป่าแต่เช้า มีมือมีเท้า ยังคิดจะกินข้าวและอาศัยอยู่โดยไม่ทำงานหรืออย่างไร”
ครั้นหลิ