รดาเข้าเรือน ในเรือนถูกเก็บกวาดจะสะอาดแล้ว หญ้าแห้งชื้นแฉะบนเตียงก็ถูกนางโยนออกไปทั้งหมดแล้ว ก่อนจะปูบนเตียงโล้นๆ ด้วยเสื้อผ้าเก่าสองชิ้น
“ท่านแม่ ท่านนั่งก่อน ข้าจะไปตักน้ำมาให้ท่านล้างหน้า” ถึงปากจะพูดว่าจะไปตักน้ำล้างหน้า ทว่านางพบว่าในเรือนไม่มีกะละมังโดยสิ้นเชิง กะละมังเดียวที่ใช้สำหรับล้างหน้า ถูกนำไปที่เรือนไม้แล้ว
จ้าวหลานเห็นบุตรสาวมีสีหน้าเรียบเฉย จึงรีบถามว่า “ไม่มีกะละมังก็ไม่เป็นไร นำผ้าบิดหมาดๆ มาเช็ดให้ข้าก็พอ”
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไร เพียงหยิบผ้าออกไป จากนั้นนิ้วมือเรียวบางก็บิดผ้าในมืออย่างแรง ไฟโทสะในใจค่อยๆ เกิดขึ้น นางไม่อาจจินตนาการได้เลย ว่าไป๋จื่อและจ้าวหลานก่อนหน้านี้อยู่ในบ้านหลังนี้ มีชีวิตที่ทรมานถึงเพียงใด
นางนำผ้าตรงไปที่เรือนใหญ่ ลานบ้านด้านหลังเรือนใหญ่มีโอ่ง ปกติภายในจะใส่น้ำไว้เสมอ และน้ำในโอ่งนี้แทบจะเป็นผลงานการแบกหามของไป๋จื่อและจ้าวหลานตลอดหลายปี ผู้ชายในบ้านหายหัว แต่ไหนแต่ไรไม่เคยยื่นมือเข้าช่วย ราวกับว่างานในบ้านหลังนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่พวกนางสองแม่ลูกควรทำ
เด็กสาวตรงไปที่ข้างโอ่งในลานบ้านด้านหลัง ฝาโอ่งน้ำยังคงปิดอยู่ ก่อนจะได้ยินเสียงของไป๋เสี่ยวเฟิงดังมาจากลานบ้านด้านหลัง “ไป๋จื่อ มาฝนหมึกให้ข้า”
ไป๋เสี่ยวเฟิงจะทำการบ้านอยู่ในร่มไม้ทุกวัน เพราะในเรือนมืดสลัว หญิงชราต้องการประหยัดค่าน้ำมันตะเกียง จึงให้เจ้าใหญ่และเจ้ารองสร้างเพิงเล็กๆ ขึ้นในลานบ