นผ่านพ้นไป วันนี้ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ทั้งยังดึงครอบครัวของเหล่าหูมาเกี่ยวข้องด้วยแม้จะบอกว่าเจ้าใหญ่ถูกหูเฟิงตีจนแขนหักทั้งสองข้าง แต่ก็เป็นพวกเขาที่ทำให้หูจ่างหลินบาดเจ็บก่อน หากเรื่องราวไปถึงฝ่ายราชการ พวกขุนนางอาจจะไม่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับพวกนางก็ได้ผนวกกับเรื่องของจ้าวหลานและไป๋จื่อแล้ว เกรงว่าพวกนางสกุลไป๋จะต้องเสียเปรียบครั้งใหญ่“แล้วจะเก็บเรื่องพวกนี้ไว้กับตัวอย่างไร” หญิงชราถามหัวหน้าหมู่บ้านอีกฝ่ายมองคนก่อเรื่องอยู่หลายครั้ง แล้วกล่าวสรุปเสียเลย “เอาอย่างนี้ ข้าเกิดความคิดหนึ่ง พวกเจ้าลองดูว่าใช้ได้หรือไม่ พวกเจ้าสกุลไป๋ทำให้เหล่าหูบาดเจ็บ ตอนนี้หูเฟิงก็ทำให้เจ้าใหญ่บาดเจ็บ ค่ารักษาของพวกเจ้าสองครอบครัวก็ต่างคนต่างจ่าย ไม่มีใครติดค้างใคร”หญิงชราเจ็บปวดใจนัก แต่บัดนี้คล้ายกับไม่มีหนทางอื่นแล้ว คิดขู่เข็ญเอาเงินจากหูเฟิง ดูท่าจะไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้นนางก่นด่าจ้าวหลานและไป๋จื่ออยู่ในใจเป็นพันเป็นหมื่นรอบ ถลึงตามองสองแม่ลูกอยู่หลายครั้ง อยากจะควักเนื้อบนตัวพวกนางออกมาทีละชิ้น ใช้เนื้อเหล่านี้เป็นการชดใช้หนี้“ได้หรือไม่ก็กล่าวออกมาสักคำเถิด” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยความรำคาญในที่สุดหญิงชราก็พยักหน้า ขืนไม่ยอมก็หมดหนทางแล้ว หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ควรพาเจ้าใหญ่ไปจริงๆ ความบุ่มบ่ามในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะมัวเมาในเงินตราเหล่านั้น แต่นั่นก็เป็นชีวิตของนางเชียวนะหลิวซื่อก