านและไป๋จื่อแล้ว เกรงว่าพวกนางสกุลไป๋จะต้องเสียเปรียบครั้งใหญ่
“แล้วจะเก็บเรื่องพวกนี้ไว้กับตัวอย่างไร” หญิงชราถามหัวหน้าหมู่บ้าน
อีกฝ่ายมองคนก่อเรื่องอยู่หลายครั้ง แล้วกล่าวสรุปเสียเลย “เอาอย่างนี้ ข้าเกิดความคิดหนึ่ง พวกเจ้าลองดูว่าใช้ได้หรือไม่ พวกเจ้าสกุลไป๋ทำให้เหล่าหูบาดเจ็บ ตอนนี้หูเฟิงก็ทำให้เจ้าใหญ่บาดเจ็บ ค่ารักษาของพวกเจ้าสองครอบครัวก็ต่างคนต่างจ่าย ไม่มีใครติดค้างใคร”
หญิงชราเจ็บปวดใจนัก แต่บัดนี้คล้ายกับไม่มีหนทางอื่นแล้ว คิดขู่เข็ญเอาเงินจากหูเฟิง ดูท่าจะไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
นางก่นด่าจ้าวหลานและไป๋จื่ออยู่ในใจเป็นพันเป็นหมื่นรอบ ถลึงตามองสองแม่ลูกอยู่หลายครั้ง อยากจะควักเนื้อบนตัวพวกนางออกมาทีละชิ้น ใช้เนื้อเหล่านี้เป็นการชดใช้หนี้
“ได้หรือไม่ก็กล่าวออกมาสักคำเถิด” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยความรำคาญ
ในที่สุดหญิงชราก็พยักหน้า ขืนไม่ยอมก็หมดหนทางแล้ว หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ควรพาเจ้าใหญ่ไปจริงๆ ความบุ่มบ่ามในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะมัวเมาในเงินตราเหล่านั้น แต่นั่นก็เป็นชีวิตของนางเชียวนะ
หลิวซื่อกำลังลากหมอลู่ไปรักษาบาดแผลให้เจ้าใหญ่ แต่หมอลู่กลับกล่าวว่า “รักษาได้ แต่ต้องตกลงราคากันก่อน อีกเดี๋ยวพวกเจ้าจะได้ไม่ต้องเสียเปรียบให้ข้า”
หญิงชรากล่าวในใจว่าแย่แล้ว นางรีบกุมหน้าผากร้องว่าปวดหัว ทำท่าทางน่าสงสาร
หมอลู่รู้จักลูกไม้เหล่านี้ของนางดี ย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว เขาพ