สุทธิ์ใจต่อกัน จื่อเอ๋อร์และหูเฟิงก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นที่เจ้าว่า เจ้าอย่าคิดจะทำลายชื่อเสียงของพวกข้าเชียว”หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวต่อ “ถูกต้อง เจ้าใหญ่ กินข้าวมั่วซั่วได้ แต่จะพูดมั่วซั่วไม่ได้ เจ้าบอกว่าพวกเขาเป็นชู้รักกัน แล้วมีหลักฐานหรือไม่ หากไม่มีหลักฐาน เจ้าก็พูดเช่นนั้นไม่ได้ ชื่อเสียงของสตรีมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก”เจ้าใหญ่เจ็บจนร้องโอยโอยออกมา และไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไรมากอีก ทว่าหลิวซื่อที่อยู่ข้างกายสามีกลับกล่าวว่า “ยังต้องการหลักฐานอีกหรือ เรื่องนี้ชัดเจนนัก ท่านหัวหน้าหมู่บ้านยังดูไม่ออกอีกหรืออย่างไร หากหูจ่างหลินกับจ้าวหลานไม่ได้ทำเรื่องพรรค์นั้น เหตุใดเขาต้องออกหน้าแทนจ้าวหลานตั้งหลายครั้งหลายคราด้วย เมื่อวานข้าคิดใคร่ครวญขึ้นได้ หมู่บ้านหวงถัวของพวกเราใหญ่ขนาดนี้ มีชาวบ้านอาศัยนับร้อย เหตุใดไม่เคยเห็นคนอื่นรับจ้าวหลานกลับไปอยู่ที่บ้าน ทว่าหูจ่างหลินกลับรับไป หากระหว่างพวกเขาไม่มีอะไร ผู้ใดเล่าจะเชื่อ”หัวหน้าหมู่บ้านพูดในทันที “ข้าเชื่อ จ้าวหลานเป็นคนอย่างไร ใครบ้างในหมู่บ้านหวงถัวจะไม่รู้ หากนางเป็นสตรีมากรักเช่นนั้น ยังต้องทนทรมานอยู่ในสกุลไป๋ของพวกเจ้าตั้งสิบปีหรือ สิบปีมานี้ นางอยู่ในสกุลไป๋ของพวกเจ้าต่างวัวต่างม้า นอกจากทำงานและทำงานทั้งวี่วันแล้ว ก็ใช่ว่าไม่มีใครแนะนำให้นางแต่งงาน แต่นางมีความคิดจะจับผู้ชายกี่ครั้งกัน คนทั่วทั้งหมู่บ้านเหล่านี้ล้วน