นางนั่งลง
เจ้าใหญ่ร้องโอดโอยอยู่ข้างๆ เดี๋ยวก็กล่าวว่าต้องการฆ่าหูเฟิง เดี๋ยวก็กล่าวว่าจะฟ้องทางการ ให้หูเฟิงไปเข้าคุก
หัวหน้าหมู่บ้านเดินมาตรงหน้าเขา แล้วพิจารณาเขาอยู่รอบหนึ่ง จากนั้นก็กล่าวว่า “เจ้าใหญ่ หูเฟิงเป็นคนหักแขนเจ้าหรือ”
เจ้าใหญ่พลันร้องลั่น “ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร ดวงตาหลายคู่ที่นี่ล้วนมองเห็นไม่ใช่หรือ เขาจะยังปฏิเสธได้อย่างไร”
หัวหน้าหมู่บ้านกวาดสายตามองหูเฟิงที่มีสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะกล่าวว่า “หูเฟิงก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน เช่นนั้นข้าขอถามเจ้า เหตุใดเขาต้องหักแขนของเจ้าด้วย”
เจ้าใหญ่ย่อมไม่ยอมพูดความจริง “ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ หูจ่างหลินกับจ้าวหลานเป็นชู้กัน ส่วนหูเฟิงกับนางเด็กน่าตายไป๋จื่อก็เป็นชู้รักกัน เขาโผล่มาเพื่อแสดงความดีอย่างไรเล่า”
เมื่อจ้าวหลานได้ยินดังนั้น นางเกือบจะโมโหจนสลบ ทว่ายังกล่าวเสียงสั่นเครือว่า “เจ้า เจ้าพูดมั่ว ข้ากับพี่หูบริสุทธิ์ใจต่อกัน จื่อเอ๋อร์และหูเฟิงก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นที่เจ้าว่า เจ้าอย่าคิดจะทำลายชื่อเสียงของพวกข้าเชียว”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวต่อ “ถูกต้อง เจ้าใหญ่ กินข้าวมั่วซั่วได้ แต่จะพูดมั่วซั่วไม่ได้ เจ้าบอกว่าพวกเขาเป็นชู้รักกัน แล้วมีหลักฐานหรือไม่ หากไม่มีหลักฐาน เจ้าก็พูดเช่นนั้นไม่ได้ ชื่อเสียงของสตรีมีความสำคัญยิ่งกว่าชีวิตเสียอีก”
เจ้าใหญ่เจ็บจนร้องโอยโอยออกมา และไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไรมากอีก ทว่าหลิวซื่อที่อยู่ข้างกาย