ิดว่า “เจ้า เจ้าสนว่าข้าใช้มือไหนตีอย่างนั้นหรือ พ่อเจ้าต่างหากหน้าไม่อาย จับจ้าวหลานไว้ไม่ยอมปล่อย ข้าตีเขาแล้วมันอย่างไร หากเขาไม่ทำเรื่องสกปรกโสมมเช่นนี้ ข้าจะลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าหรือ”
ตอนนี้เจ้าใหญ่รู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นเขาตีหูจ่างหลิน ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แค่พุ่งเข้าไปด้วยความโมโห ไหนเลยจะคิดเรื่องพวกนี้ได้ บัดนี้คิดขึ้นมาแล้ว ถึงได้รู้ว่าตอนนั้นบุ่มบ่ามจนเกินไป หูเฟิงไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ ได้ยินว่าชายหนุ่มเป็นวรยุทธ์ หนึ่งหมัดก็จัดการวัวตายได้ตัวหนึ่ง…แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ…
ไป๋จื่อได้ยินคำพูดนี้ของเจ้าใหญ่แล้ว นางพลันโมโหจนต่อมคุณธรรมในสมองเจ็บปวด ก่อนจะพุ่งเข้าไปชี้เจ้าใหญ่ พลางกล่าวว่า “เจ้าโกหกหน้าด้านๆ เมื่อวานแม่ข้าถูกคนสกุลไป๋ของพวกเจ้าตีจนมือหัก บ้านก็พังถล่มเพราะลมพัด ข้างนอกฝนตกหนัก ข้ากับแม่ข้าบาดเจ็บไปทั้งตัว แต่คนสกุลไป๋อย่างพวกเจ้ากลับปิดประตู ไม่ให้พวกข้าเข้าไป ขณะนั้นข้าจนใจนัก ทว่าได้รับคำแนะนำจากหัวหน้าหมู่บ้าน พวกข้าถึงได้ไปอาศัยอยู่ในเรือนไม้ของท่านลุงหูคืนหนึ่ง เรื่องนี้คนในหมู่บ้านล้วนรู้ดี เจ้าไม่รู้เลยหรือ พวกเจ้าต่างหากที่สกปรกโสมม คิดว่าคิดอื่นเป็นเหมือนพวกเจ้าหรืออย่างไร”
หญิงชราสกุลไป๋โกรธจนทนไม่ไหว นางชี้ไป๋จื่อ พร้อมกับตะคอกเสียงแหลม “นางเด็กชั่วพูดมั่วอะไร เจ้าว่าใครสกปรกโสมม เจ้ากล้าพูดอีกรอบหรือไม่”
หูเฟิงไม่มีความอดทนพอที่จะตีฝีผ