บ ข้าก็อายที่จะรบกวนท่านต่อไป”
หมอลู่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงสิบเหลี่ยงเงินที่นางพูด เขาก็อดใจไม่ไหวอยู่บ้าง “เช่นนั้นก็ไม่ต้องมากเท่าสิบเหลี่ยงเงินแล้วกัน นั่นมันมากเกินไป”
หูเฟิงที่เงียบเชียบไม่พูดจามาโดยตลอด จู่ๆ ก็เอ่ยปากว่า “ท่านนำโสมภูเขาไปถามราคาที่ร้านยา หลังจากเจ้าของร้านตั้งราคาแล้ว ท่านก็ขอเพิ่มสิบตำลึงเงินจากพวกเขา ถือว่าเป็นกำไรของท่านเอง เช่นนี้ท่านพอจะรับได้หรือไม่”
หมอลู่พลันตาเป็นประกาย นี่เป็นความคิดที่ดีนัก หากเป็นเช่นนี้ ในใจของเขาก็ไม่รู้สึกว่าเอาเปรียบจื่อยาโถวจนเกินไปแล้ว
“ได้ๆ เช่นนั้นตกลงตามนี้ จื่อยาโถว หูเฟิง พวกเจ้าเชื่อใจข้าได้เลย ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าต้องผิดหวัง รอดูเถิด ข้าจะต้องขายได้ราคาดีกลับมา”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนล้วนยินดี
เมื่อออกจากบ้านของหมอลู่ ไป๋จื่อก็มองหูเฟิงที่อยู่ข้างๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช้ได้เลยนะ สมองของเจ้าปราดเปรียวทีเดียว ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเจ้าบาดเจ็บมาก่อน”
หูเฟิงกวาดสายตามองนางครั้งหนึ่ง เสียงเย็นชานัก “ข้าเพียงสูญเสียความทรงจำ ไม่ได้สูญเสียสติปัญญา”
พูดถึงเรื่องสูญเสียความทรงจำ หูเฟิงก็ถามขึ้นมาเสียเลย “เจ้าจะรักษาข้าเมื่อไร”
ไป๋จื่อเห็นสีหน้าร้อนรนของเขาแล้ว นางพลันแอบหัวเราะอยู่ในใจ ก่อนจะหันหน้าไปมองรอบข้าง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ นางจึงยื่นมือไปหาเขา
“เอามา”
ชายหนุ่มไม่เข้าใจ “อะไร”
“มือน่ะสิ เจ้าอยากให