เร็ว”
เมื่อหญิงชราได้ยินเสียงนี้อารมณ์โกรธบนใบหน้าก็พลันหายไปไม่น้อย นางรีบกล่าวกับหลิวซื่อ “เสี่ยวเฟิงกลับมาแล้ว ยังตะลึงลานอะไรอยู่ รีบไปเปิดประตูสิ!”
หลิวซื่อรีบไปเปิดประตู ก่อนจะจูงบุตรชายเข้ามาในเรือนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เสี่ยวเฟิง วันนี้เรียนเป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์ชมว่าเจ้าเขียนหนังสือเก่งหรือไม่”
ไป๋เสี่ยวเฟิงยัดกระเป๋าหนังสือในมือใส่มือของหลิวซื่อ ตาจับต้องไปที่กาน้ำบนโต๊ะ “ข้าอยากดื่มน้ำ กระหายน้ำจะตายอยู่แล้ว”
หญิงชรารีบรินน้ำให้หลานชายหัวแก้วหัวแหวนถ้วยหนึ่ง พลางมองเขาดื่มน้ำเสียงดังอึกๆ จนหมดเกลี้ยงรวดเดียว คราวนี้นางยิ้มกล่าวว่า “เหนื่อยแย่เลยสินะ รีบไปพักเถิด อีกเดี๋ยวย่าจะให้แม่ของเจ้าต้มไข่ไก่ไปบำรุง”
ขณะนี้ใบหน้าบึ้งตึงของไป๋เสี่ยวเฟิงถึงได้มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง “ยังดีที่มีท่านย่าดีกับข้า จริงสิท่านย่า ระหว่างทางที่ข้ากลับมา ข้าเห็นท่านน้าสามด้วย”
นางพลันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ สายตามองไปยังเจ้าใหญ่และเจ้ารอง “พวกเจ้ารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างหน้า แล้วไปบ้านหูจ่างหลินกับข้า”
เจ้าใหญ่และเจ้ารองไม่เข้าใจ ฝ่ายเจ้าใหญ่ถามว่า “ท่านแม่ นางบาดเจ็บที่มือ ตอนนี้ให้นางกลับมาก็ทำงานไม่ได้ สู้ให้นางอยู่ที่บ้านของหูจ่างหลินสักหลายวันดีกว่า เมื่อนางหายดีแล้วค่อยให้นางกลับมา ประหยัดเสบียงอาหารสกุลไป๋ของพวกเราได้หลายวันทีเดียว”
หลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ กล่าวว่า “พวกเจ้าไม่รู้ วันนี้พวกข้าไ