่วยนางไว้ เกรงว่านางคงจะถูกงูพิษนั่นกัดตายไปแล้ว ไหนเลยจะเจอโสมภูเขาอะไรนี่ ข้าว่าพวกท่านแบ่งกับข้าครึ่งหนึ่งยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ”
ลุงหูมองไปทางหูเฟิง “เจ้าว่าอย่างไร”
หูเฟิงมีสีหน้าไม่ยี่หระ สายตากวาดมองไปที่จื่ออย่างเฉยชาครั้งหนึ่ง “คนละครึ่ง ยุติธรรมนัก ข้าว่าทำเช่นนี้เถิด”
มีคำพูดนี้ของหูเฟิงแล้ว ลุงหูก็ไม่ได้ปฏิเสธอีก พลางยิ้มว่า “เช่นนั้นก็ได้ ถึงตอนนั้นพวกเราสองครอบครัวก็แบ่งกันคนละครึ่ง”
เมื่อคิดถึงห้าสิบตำลึงที่อีกไม่นานก็จะได้มา ในใจของลุงหูพลันรู้สึกเบิกบานขึ้นมา ทั้งชีวิตนี้ของเขายังไม่เคยเห็นเงินมากถึงเพียงนั้น จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไรเล่า
ทั้งสี่คนพักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถึงทำงานในที่นาให้เสร็จด้วยกัน ถือโอกาสช่วงที่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่ รีบจัดการงานและกลับบ้าน
ทว่าเพิ่งเดินถึงหน้าหมู่บ้าน ไป๋จื่อก็ลากหูเฟิงไปที่บ้านของหมอลู่ นางไม่สบายใจที่จะแบกโสมภูเขากลับไป หากพบพวกสกุลไป๋เข้า คงจะรักษาของชั้นยอดเช่นโสมภูเขานี้ไว้ไม่ได้
“ท่านลุงหู หากอีกเดี๋ยวท่านว่าง ก็จัดการกระต่ายป่านั่นหน่อยนะเจ้าคะ เย็นนี้ข้าจะทำเนื้อกระต่ายผัดไฟแดงให้พวกท่านกิน” ไป๋จื่อเดินไปหลายก้าวแล้วก็หันไปมอง พร้อมกับเพิ่มเสียงตะโกนบอกลุงหู
ลุงหูรับปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้นเห็นไป๋จื่อกับหูเฟิงเดินไปไกลแล้ว ถึงเดินเข้าหมู่บ้านไปพร้อมกับจ้าวหลาน
…
สกุลไป๋
หญิงชรากำลังนั่งตากลมพูดคุยกับหลิวซื่ออยู่ในร่มเงาหลังลานบ้า