ัวเล็กน้อย เพราะกำลังกดอารมณ์โกรธไว้อย่างหนัก แล้วเอ่ยถามว่า “ในเมื่อไม่ได้แป้งหมี่มา เช่นนั้นพวกนำเงินหนึ่งร้อยเหวินกลับมาหรือไม่”
เจ้าใหญ่เห็นน้องรองไม่กล้าเอ่ย ตนเองก็อดรนทนไม่ไหวแล้ว ในที่สุดก็พูดออกไปว่า “ไม่ต้องพูดถึงเลย เพื่อเงินหนึ่งร้อยเหวินนี้ ข้ากับน้องรองต่อยตีกับเถ้าแก่เสียยกหนึ่ง ทว่าไม่ได้เงิน กลับถูกตีจนเจ็บทั้งตัวกลับมา”
บาดแผลของพวกเขาไม่สาหัส ล้วนเป็นแผลภายนอกเท่านั้น เพียงแต่มองแล้วน่าอายนัก ผ่านไปไม่กี่วันก็จะดีขึ้นเอง เสื้อผ้าก็เป็นพวกเขาที่ฉีกทึ้ง คิดเพียงอยากให้ตนเองดูน่าสงสารขึ้นมาสักหน่อย หวังว่าท่านแม่จะเห็นว่าเขาถูกตี บาดเจ็บไปทั้งตัว จะได้ไม่สืบสาวเรื่องแป้งหมี่ขาวและเงินหนึ่งร้อยเหวินกับพวกเขา…
อารมณ์โกรธของหญิงชราไม่ลดลง นางอยากตีลูกชายทั้งสองคนอย่างไม่ออมแรงคนละครั้ง ทว่าเมื่อเห็นบาดแผลเต็มตัวของพวกเขา นางก็ลงมือไม่ลง ถึงอย่างไรก็เป็นบุตรชายของตน ไม่ใช่พวกคนชั่วช้าอย่างจ้าวหลานและไป๋จื่อ
“ช่างเถิดๆ เมื่อวานข้าไม่น่าเชื่อเจ้า ใต้หล้าไหนเลยจะมีเรื่องดีเช่นนี้ ให้แป้งหมี่ขาวเปล่าๆ เถ้าแก่ไม่ขาดทุนแย่เลยหรืออย่างไร” สุภาษิตว่าไว้ ไม่มีทางมีเซี่ยนปิ่งตกลงมาจากฟ้าโดยไม่มีเหตุผล[2]
[1] เซี่ยนปิ่ง เป็นอาหารที่ทำจากแป้งหมี่ เมื่อสุกแล้วจะมีลักษณ์เป็นโพรงตรงกลางคล้ายกับพาย สามารถใส่ไส้ที่ทำจากเนื้อสัตว์เข้าไปได้[2] มาจากสุภาษิตที่ว่า 天上不会掉馅饼 แปลตรงตัวก็คือไม่ม