ั่งปีนั้นนางพบเข้าโดยบังเอิญ ว่าในตานฟักมีส่วนสำคัญในการทำยาอันเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ส่วนที่ยอดเยี่ยมของสมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง นับเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ ทว่าตอนที่นางพบเรื่องนี้เข้า ตานฟักในยุคของนางเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย อีกทั้งสภาพแวดล้อมในตอนนั้นไม่เหมาะให้ตานฟักเจริญเติบโตแล้วแม้บัดนี้จะมีตานฟักเต็มพื้นที่ เพียงพอให้สกัดส่วนที่ดีที่สุดอย่างเพียงพอ แม้กระทั่งศึกษาการปรุงยา ทว่าแล้วอย่างไรเล่าที่นี่ไม่ใช่ศตวรรษที่ยี่สิบสาม นางไม่อาจสกัดส่วนที่ยอดเยี่ยมของสมุนไพรสีเขียวมรกตเหล่านี้ได้ ดังนั้นตานฟักในตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่สมุนไพรทั่วไปเท่านั้น…ครั้นเห็นประกายความตื่นเต้นบนใบหน้าของนางค่อยๆ สลัวลง เขาก็มีสีหน้าสงสัย “เจ้าเป็นอะไรไป”ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีอะไร แค่ตื่นเต้นเก้อก็เท่านั้น ตานฟักเหล่านี้เกรงว่าจะขายไม่ได้ราคาดี ช่างเถิด ให้พวกมันเติบโตอยู่ที่นี่แล้วกัน บางทีวันข้างหน้าอาจจะมีเวลาที่มันได้แสดงศักยภาพ ทว่าไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน”นางยิ้มอย่างขมขื่น พลางกลับหลังหัน ตะกร้าที่สะพายหลังอยู่ยังคงว่างเปล่า ยังคิดว่าในป่าเขาเช่นนี้จะต้องมีสมุนไพรจนเต็มพื้นที่เป็นแน่ อยากได้มากเท่าไร่ย่อมมีเท่านั้น…อย่างไรจินตนาการก็ดีกว่าความเป็นจริงมากนัก…ตอนนี้ใช้แรงไปจนหมดสิ้น นางรู้ว่าไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้อีก พวกเขาจำต้องย้อนกลับทางเดิม ไม่เช่นนั้นหากหลงทางในป่า