งนางมีน้ำหนักมากเพียงใด ทั้งยังมีโอกาสสำเร็จมากเพียงใด ทว่าในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกสบายใจนัก รู้สึกว่าชีวิตนี้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง มีเป้าหมายให้ต่อสู้แล้วขณะที่เขาคิดจะกล่าวขอบคุณ สุ้มเสียงรางๆ สายหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังของไป๋จื่อ สายตาของเขามองผ่านช่วงคอของนางไปยังลำต้นไม้ด้านหลัง งูลายสาบคอเขียวตัวหนึ่งกำลังแลบลิ้นยาวสีแดง พลางพุ่งเข้าใส่เด็กสาวชายหนุ่มยื่นมือไปคว้างูพิษตัวนั้นโดยไม่คิด ส่วนอีกมือหนึ่งดันไป๋จื่อออกอย่างรวดเร็วหูเฟิงออกแรงดันรุนแรงนัก ไป๋จื่อล้มคะมำลงกับพื้น ปากจูบกับเลนกลิ่นเหม็นเสียครั้งหนึ่ง ครั้นกำลังตะกียกตะกายลุกขึ้นคิดจะจัดการเขา กลับเห็นงูลายตัวใหญ่ในกำมือของเขาเสียก่อน มันตัวใหญ่เท่ากับลำแขนของเด็กคนหนึ่งเลยทีเดียว บัดนี้มันกำลังอ้าปากเผยเขี้ยวแหลมเล็ก ในลำคอส่งเสียงแปลกประหลาดอย่างยิ่งออกมาเมื่อครู่มีงูตัวหนึ่งอยู่ข้างหลังนาง หากไม่ได้หูเฟิงช่วยนางไว้ ตอนนี้นางคงจะถูกงูกัดไปแล้วชายหนุ่มจับตรงความยาวเจ็ดชุ่น[1]ของงูลาย แล้วฟาดลงบนลำต้นไม้ด้านข้างอย่างแรง ทำให้งูตัวนั้นมึนงงเขาหันหน้ามามองนาง “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร เจ้าเล่า”อีกฝ่ายส่ายหน้าเช่นกัน “ข้าก็ไม่เป็นอะไร ไปเถิด รีบไปหาสมุนไพรที่เจ้าต้องการ ขืนชักช้าต่อไป ฟ้าคงมืดจนลงเขาไม่ได้”เด็กสาวชี้ไปที่งูลายที่ตายไปแล้วใต้ต้นไม้นั่น “พามันไปด้วย อีกเดี๋ยวไปหาท่านลุงหูและท่า