สี่ทิศแปดทางอย่างระแวดระวัง
แต่ไหนแต่ไรหูเฟิงไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เขา ยิ่งไม่ชอบให้ใครถูกตัวเขา จึงยื่นมือไปคิดจะดันไป๋จื่อออก ทว่าเมื่อเขาเห็นดวงตาตื่นกลัวเจือความตื่นเต้นคู่นั้น เขาก็ค่อยๆ เก็บมือที่ยกขึ้นกลับไป เวลานี้เขาพลันรู้สึกว่า มีเด็กน้อยเกาะติดอยู่ข้างกายเช่นนี้ ความจริงแล้วก็รู้สึกดีทีเดียว
“กลัวหรือ” เขาถามเสียงเบา
นางส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น “ไม่กลัว มีอะไรให้ต้องกลัวกัน”
หลังสิ้นเสียง จู่ๆ ก็มีลมกรรโชกพัดมาจากในป่า ลมพัดม้วนเศษใบไม้ปลิวว่อน รุนแรงหนาวเหน็บจนต้องหรี่ตา
นี่เป็นเพียงลมผ่านป่าธรรมดาสำหรับหูเฟิง ทว่าสำหรับไป๋จื่อที่ไม่เคยเข้ามาในป่าเขาลึกเช่นนี้ นี่กลับเป็นลมปีศาจระลอกหนึ่ง ทำเอานางตกใจกลัวจนต้องโผเข้าใส่หน้าอกของหูเฟิง นางหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกำเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น ในสมองเต็มไปด้วยภาพผีสางนางไม้ที่เคยเห็นในโทรทัศน์ก่อนหน้านี้
หูเฟิงมองเด็กสาวที่โผเข้าใส่อกเขาเบื้องหน้านี้ เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่กลัวอยู่แล้ว แต่ก็ตกใจกลัวจนกลายเป็นเช่นนี้ในทันที แค่ลมระลอกเดียวเท่านั้น ไม่รู้เลยจริงๆ ว่านางกลัวอะไรอยู่
“จื่อยาโถว…เจ้าบอกว่าไม่กลัวไม่ใช่หรือ”
ไป๋จื่อลืมตา ดวงตากลมโตแบ่งสีดำขาวชัดเจนกลอกไปมารอบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าทั้งสี่ด้านเงียบสงบ นอกจากเสียงหัวใจเต้นอันคงที่ของหูเฟิงตรงหน้า ก็ราวกับว่าไม่มีเสียงอื่นใดแล้ว
นางกลืนน้ำลาย สูดหายใจเข้าลึก แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวว่