วหลานทำงานได้แล้ว วันนี้ก็ให้นางกับนางเด็กไป๋จื่อนั่นกลับไป ให้นางอยู่ที่สกุลหูไม่ได้ เช่นนั้นเท่ากับเสียเปรียบให้หูจ่างหลินไปเปล่าๆ”
ครั้นหลิวซื่อได้ยินเช่นนี้ นางก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน หากจ้าวหลานกลับไป นางเด็กไป๋จื่อนั่นย่อมต้องกลับไปเช่นกัน นั่นหมายความว่าจะมีคนทำงานในบ้าน ลดภาระให้นางไปไม่น้อยเลย
“เช่นนั้นพวกเราจะรออยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”
“รออะไร กลับไปก่อน เมื่อเจ้าใหญ่กับเจ้ารองกลับมาจากในเมือง พวกเราค่อยมาด้วยกัน ถึงต้องแบกก็จะแบกนางกลับไป” หญิงชรากลัวหูเฟิง ได้ยินมาว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นวิชาการต่อสู้ หากมีแค่นางและหลิวซื่อ เกรงว่าจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ทว่าหากมีเจ้าใหญ่และเจ้ารองร่วมด้วย นับว่ายังมีโอกาสชนะมากอยู่
แสงอาทิตย์ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลิวซื่ออยากจะกลับไปใจจะขาด เพียงแต่ยังไม่ได้ไข่ไก่ ในใจจึงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง “ท่านแม่ แล้วไข่ไก่เล่า”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ ถึงตอนนั้นให้เจ้าใหญ่กับเจ้ารองแบกจ้าวหลานกลับไป พวกเราค่อยถือโอกาสเข้าไปเก็บของในเรือน ยังกลัวหาไข่ไก่ไม่เจออีกหรือ”
หลิวซื่ออยากยกนิ้วโป้งให้หญิงชราเสียจริงๆ นางคิดทุกอย่างไว้รอบคอบแล้ว
“มองข้าทำอะไร รีบเดินสิ!” แม่สามีถลึงตามองหลิวซื่อ สะใภ้คนนี้อยู่ในบ้านวางอำบาตรใหญ่ตอนสั่งสอนจ้าวหลานและไป๋จื่อทีเดียว ทว่าออกมาจากบ้านกลับกลัวหัวหด สมองไม่เต็มตำลึง ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ล้วนต้องพึ่งพานางเสียทุกเรื่อง