งคนเดินไปตามทางของตนเองต่อ ราวกับไม่ได้ยินเสียงวิจารณ์พวกนั้น
หลังจากเดินต่อไปอีกช่วงหนึ่ง หูเฟิงเห็นนางไม่มีแรงแล้วจริงๆ ถึงได้ชี้ไปที่ต้นไม่ใหญ่ด้านข้าง “พักสักหน่อยเถิด”
ไป๋จื่ออยากจะพักใจจะขาดแล้ว จึงรีบหย่อนก้นนั่งลงใต้ต้นไม้ พลางหอบหายใจอย่างต่อเนื่อง
หูเฟิงเดินไปข้างหน้า ชี้ไปยังตะกร้าที่นางสะพายไว้บนหลัง “เจ้าจะไปทำอะไรที่ภูเขาลั่วอิง”
นางเงยหน้ามองเข้า ภายใต้แสงอาทิตย์แยงตานี้ เขายืนอยู่เบื้องหน้านาง รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายทีเดียว ทว่ามองสีหน้าของเขาไม่ชัดเจน มองเห็นเพียงดวงตาคู่นั้นของเขา นับว่าเป็นดวงตาที่น่ามองมาก ขาวดำแบ่งแยกชัดเจน ประกายตาหลบซ่อนอยู่ภายใน กระนั้นก็ดูบริสุทธิ์ยิ่งนัก
ไป๋จื่อเลิกคิ้ว “ท่านลุงหูไม่ได้บอกเจ้าหรือ”
“เขาบอกว่าเจ้าจะไปเก็บผักป่า”
นางพยักหน้า “ถูกต้อง ไปเก็บผักป่านั่นแหละ”
หูเฟิงส่ายหน้า “เจ้าโกหก พูดมาตามตรง”
เด็กสาวขุ่นข้องใจเล็กน้อย ทว่าก็ไม่กล้าผิดใจกับเขา ทำได้เพียงทำหน้าหนาต่อไป “ไปล่าสัตว์ ดูสิว่าจะจับไก่ภูเขาหรือกระต่ายป่าอะไรพวกนี้ได้สักสองตัวหรือไม่ บ้านของพวกเราไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้ว”
อีกฝ่ายส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่ถูกต้อง พูดมาตามตรง”
ถึงแม้ไป๋จื่อจะอารมณ์ดีแค่ไหน แต่คราวนี้นางทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน “นี่…เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน ข้าพูดอะไรเจ้าล้วนบอกว่าไม่ถูกต้อง เช่นนั้นต้องการให้ข้าพูดอะไรถึงจะเชื่อกันแน่”
หูเฟิงเห็นท่าทางเช่นนี้ของนา